“เศรษฐพุฒิ-อนุสรณ์”ยื่นชิงเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติเพิ่มช่วงขยายเวลารับสมัคร

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการสรรหาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทนนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.คนปัจจุบัน ที่จะครบวาระในวันที่ 30 ก.ย.63 ว่า หลังจากขยายเวลารับสมัครมาจนถึงวันนี้เป็นสุดท้าย มีผู้สมัครเพิ่มอีก 2 ราย ได้แก่ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการและกรรมการตรวจสอบ ธปท. และรายที่ยื่นล่าสุดก่อนปิดรับสมัคร คือ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ หนึ่งในกรรมการ กนง.

ก่อนหน้านี้ มีผู้นยื่นสมัครชิงตำแหน่ง 4 คน เป็นคนใน 2 คน ได้แก่ นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. และนายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ส่วนคนนอก 2 คน ได้แก่ นางต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบุตรสาวนายชวลิต ธนะชานันท์ อดีตผู้ว่าการ ธปท. และอดีต รมช. คลัง และนายสุชาติ เตชะโพธิ์ไทร อดีตรองกรรมการผู้จัดการ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุนและผู้จัดการกองทุนรวม บลจ.อยุธยา เจเอฟ

สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ จะสรุปพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นสมัครในวันที่ 17 ก.ค. และเปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 21 ก.ค. และคณะกรรมการสรรหาฯ จะเสนอ 2 รายชื่อให้ รมว.คลังเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3140813

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “เศรษฐพุฒิ-อนุสรณ์”ยื่นชิงเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติเพิ่มช่วงขยายเวลารับสมัคร

เวิลด์แบงก์ คาด GDP ไทยปี 63 หดตัว -5% ก่อนฟื้นโต 4.1% ในปี 64 และ 3.6% ในปี 65

ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะประเทศไทยที่เปิดกว้างทางการค้า และเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว จึงคาดว่าในปี 2563 เศรษฐกิจไทยจะหดตัว -5% ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจหดตัวมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

ทั้งนี้ อุปสงค์ที่อ่อนตัวลงนำไปสู่การหดตัวของการค้าโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และกระทบกับห่วงโซ่มูลค่าโลก เช่น รถยนต์ ซึ่งไทยเป็นประเทศหนึ่งในผู้ผลิตที่โดดเด่นของโลก นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนเกือบ 15% ของจีดีพี ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากการห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศนับตั้งแต่มี.ค.63

อย่างไรก็ดี ธนาคารโลก คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในปี 64 ที่ 4.1% และปี 65 ที่ 3.6% ซึ่งการกลับมาฟื้นตัวในระดับเดียวกับก่อนที่จะเกิดสถานการณ์โควิด-19 ได้นั้นต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี เศรษฐกิจจึงสามารถฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็ง และต้องอาศัยการตอบสนองทางเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนครัวเรือนและผู้ประกอบการที่เปราะบางอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3137709

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เวิลด์แบงก์ คาด GDP ไทยปี 63 หดตัว -5% ก่อนฟื้นโต 4.1% ในปี 64 และ 3.6% ในปี 65

IMF เล็งหั่นคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจโลก’ ยุคโควิด เดิมตั้งไว้หดตัว 3%

นางกิตา โกปินาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวแสดงความเห็นว่า เศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มหดตัวลงรุนแรงกว่าที่ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ไว้ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

นางโกปินาธ เปิดเผยผ่านทางบล็อกว่า ในช่วงสัปดาห์แรกที่ประเทศต่างๆ ในยุโรปประกาศล็อกดาวน์นั้น ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับวิกฤตการเงินครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) โดยในขณะนั้น ไอเอ็มเอฟ คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง 3% ในปี 2563

“นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิด Great Depression ที่เศรษฐกิจทั้งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มตลาดเกิดใหม่จะเผชิญกับภาวะถดถอยในปี 2563 ดิฉันคาดว่า รายงาน World Economic Outlook Update ประจำเดือนมิ.ย.ของไอเอ็มเอฟ อาจจะมีการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงในระดับที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้” นางโกปินาธกล่าว

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/885446

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน IMF เล็งหั่นคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจโลก’ ยุคโควิด เดิมตั้งไว้หดตัว 3%

เลขาฯ กพอ. รับโควิดกระทบต่างชาติลงทุนชะลอลง เตรียมเสนอผ่อนปรนนลท.ภาคอุตสาหกรรมเข้าไทย

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ที่มี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เป็นประธานว่า ภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในปีนี้คาดว่าจะชะลอตัวลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ก่อนจะปรับฟื้นขึ้นในต้นปีหน้า หลังจากเจอวัคซีนโควิด-19 ดังนั้นประเทศไทยจะมีเวลา 6-9 เดือนหลังจากนี้ในการสร้างแรงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามา แม้ว่ากระบวนการลงทุนจะยังไม่ลื่นไหลจนกว่าจะเจอวัคซีน แต่ก็เพื่อช่วยรักษาทิศทางการลงทุนของประเทศ

โดยประเมินว่ามาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐ ทั้งการปิดเมืองห้ามเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย และอื่น ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ติดลบ 5% ขณะที่เม็ดเงินลงทุนหายไปกว่า 8 แสนล้านบาท โดยที่ประชุม กบอ. จะมีการพิจารณาทิศทางเศรษฐกิจและเม็ดเงินลงทุนอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป หลังจากที่รัฐบาลเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์แล้ว

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3132574

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เลขาฯ กพอ. รับโควิดกระทบต่างชาติลงทุนชะลอลง เตรียมเสนอผ่อนปรนนลท.ภาคอุตสาหกรรมเข้าไทย

ห่วงแรงงานไทยซมพิษโควิด ธปท.ชี้เศรษฐกิจทรุด 3 เดือนท่องเที่ยวเหลือศูนย์

ธปท.ชี้เริ่มเข้าสู่ไตรมาส 2 เศรษฐกิจดิ่งเหวจากพิษโควิด-19 เริ่มต้นปิดเมือง ตัวเลขเดือน เม.ย.การท่องเที่ยวติดลบ 100% ส่งออกเริ่มติดลบ การบริโภคอ่อนแอสุดตั้งแต่เริ่มทำดัชนี ติดลบ 15.1% การผลิตติดลบ 17.2% ห่วงที่สุดคือ การว่างงานที่พุ่งแบบก้าวกระโดด จับตา 2 เดือน พ.ค.-มิ.ย.ที่เศรษฐกิจจะปักหัวต่อเนื่อง หวังมาตรการรัฐช่วยพยุง

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจในเดือน เม.ย.หดตัวมากขึ้นโดยได้รับผลกระทบชัดเจนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีการล็อกดาวน์เมือง และปิดกิจการธุรกิจชั่วคราว โดยภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมากที่สุด จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัว 100% จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยเป็นผลจากการห้ามเดินทางเข้าประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเดือนนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่หายไปส่งผลกระทบมากต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร และธุรกิจขนส่งผู้โดยสารและคาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในเดือน พ.ค.และเดือน มิ.ย.ซึ่งยังไม่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การส่งออกสินค้าในเดือน เม.ย.หดตัว 3.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน หากไม่รวมการส่งออกทองคำ ที่มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนนี้ มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงที่ 15.9% โดยเป็นการหดตัวสูงในหมวดยานยนต์และชิ้นส่วน และสินค้ากลุ่มที่มูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรอุปกรณ์ จากความต้องการของประเทศคู่ค้าที่ลดต่ำลงมาก เพราะทุกประเทศอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลงมาก โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนหดตัวสูงจากระยะเดียวกันปีก่อนตามการใช้จ่ายในทุกองค์ประกอบ โดยดัชนีติดลบ 15.1 เป็นการติดลบสูงสุดตั้งแต่เคยทำดัชนีนี้มา จากกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่อ่อนแอลง

“ตัวเลขการว่างงานเป็นตัวเลขที่ ธปท.ค่อนข้างเป็นห่วง โดยเฉพาะระยะข้างหน้า โดยดูจากตัวเลขผู้ขอรับสิทธิว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม พบว่า โดยเดือน เม.ย.เทียบเดือน มี.ค.กระโดดขึ้นสูงมากจาก 1.4% ขึ้นไป 1.8% ขณะที่การถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นจาก 0.25% เป็น 0.4% นอกจากนั้น หากพิจารณาบริษัทที่ปิดกิจการชั่วคราวในเดือน เม.ย.พบว่าเพิ่มขึ้น 5 เท่าจากเดือน มี.ค.โดยมีจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดกิจการชั่วคราว (มาตรา 75) ในเดือน เม.ย. 2,406 ราย จำนวนลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง 465,218 คน และในเดือน พ.ค.ซึ่งตัวเลขที่ได้ยังไม่ครบเดือน มีจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอีก 1,447 ราย จำนวนลูกจ้าง 335,692 คน ซึ่งคงต้องดูว่ามาตรการที่ภาครัฐเยียวยาจะช่วยได้มากหรือน้อยแค่ไหน”

ทั้งนี้ นอกเหนือจากภาคการเกษตรแล้ว แรงงานในภาคเกษตรก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยนายดอนระบุว่า รายได้เกษตรในเดือน เม.ย.หดตัวสูงถึง 10.1% โดยมาจากผลผลิตที่ลดลงจากภาวะภัยแล้ง การลงทุนภาคเอกชนติดลบ 6.1% ดีขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากปัจจัยพิเศษ จากการลงทุนในหมวดก่อสร้างปรับตัวดีขึ้น เพราะปีนี้ไม่มีการปิดวันหยุดสงกรานต์ ทำให้ก่อสร้างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนในช่วงต่อไปมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เห็นได้จากความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงต่ำเป็นประวัติการณ์

ภาคการผลิตเป็นอีกภาคที่ลดลงต่ำมากหดตัว 17.2% ผลจากการผลิตรถยนต์ที่ลดลงมาก เพราะมีการปิดโรงงาน การนำเข้าหดตัวสูง 17% สอดคล้องกับการลดลงของภาคการผลิต และการส่งออก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อติดลบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของรัฐบาลเข้ามาพยุงเศรษฐกิจในเดือน เม.ย.ทั้งการใช้จ่ายประจำผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 และเงินช่วยเหลือในส่วนของ “เราไม่ทิ้งกัน” ที่ลงไปในส่วนของการใช้จ่ายของประชาชนโดยตรง

“สำหรับแนวโน้มในเดือน พ.ค.การหดตัวของเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับเดือน เม.ย. โดยการท่องเที่ยวยังเป็นศูนย์ ส่งออกติดลบ แต่ในประเทศจะดีขึ้นจากการคลายล็อกดาวน์จะช่วยให้มีผลบ้างแต่ไม่ชัดเจน และเงินช่วยเหลือในส่วนของ “เราไม่ทิ้งกัน” จะลงไปในเศรษฐกิจได้มากขึ้น ขณะที่ปัจจัยลบที่จะเกิดขึ้นจะยังมีผลต่อเนื่องไปถึงเดือน มิ.ย.แม้จะเริ่มมีการผ่อนคลายเฟส 3 มากขึ้น โดย ธปท.มองว่าไตรมาสที่ 2 จะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจลงต่ำที่สุด”

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่า ช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด การใช้งานบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมและมีปริมาณการใช้เพิ่มสูงขึ้น พบวันสิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา วันเดียวคนไทยโอนเงินรัวๆ 16 ล้านรายการ.

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/business/1856841

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ห่วงแรงงานไทยซมพิษโควิด ธปท.ชี้เศรษฐกิจทรุด 3 เดือนท่องเที่ยวเหลือศูนย์

ลีซ อิท สนับสนุนทางการเงินในโครงการหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ

LIT พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! ออกแพคเกจสินเชื่อเพื่อธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งเครื่องมือทางการแพทย์ ล่าสุด…ได้สนับสนุนทางการเงินในโครงการหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ วงเงินรวมกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักผลการดำเนินงานปี 63 ให้สามารถเติบโตท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อธุรกิจ SMEs ประเภท Non-Bank ชั้นนำ

คุณสิตาพัชร์ นิโรจน์ธนรัฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ลีซ อิท หรือ LIT ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อธุรกิจเพื่อ SMEs โดยเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกนอกภาคสถาบันการเงินประเภท Non-Bank ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ออกแพคเกจสินเชื่อเพื่อธุรกิจจัดจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์-เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องมือทางวิชาชีพ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่ประกอบธุรกิจด้านเครื่องมือแพทย์โดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับโครงการจากหน่วยงานราชการ เช่น โรงพยาบาลของหน่วยงานภาครัฐ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3125626

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ลีซ อิท สนับสนุนทางการเงินในโครงการหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ

พาณิชย์ ติดตามสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนรอบใหม่ จับตานโยบายเพิ่มเติมช่วงใกล้เลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงความกังวลว่าสหรัฐฯ และจีนอาจกลับมามีความขัดแย้งทางการค้ากันอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐฯ อาจยกเลิกข้อตกลงเศรษฐกิจการค้าระยะแรกกับจีน หากจีนไม่ทำตามข้อตกลงการซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 2 ปี (วันที่ 1 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2564)

นอกจากนี้ สหรัฐฯ พร้อมจะกลับมาใช้มาตรการกับจีนเพิ่มเติม โดยอ้างเหตุการพบความเชื่อมโยงระหว่างจีนและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังสร้างความเสียหายต่อประชากรและเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างขวาง

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3122128

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน พาณิชย์ ติดตามสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนรอบใหม่ จับตานโยบายเพิ่มเติมช่วงใกล้เลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ

FLOYD ซุ่มทำดีลหาพันธมิตร แตกไลน์ธุรกิจเสริมศักยภาพ

แหล่งข่าวจากวงการอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) (FLOYD) ตอนนี้กำลังซุ่มทำดีลเตรียมขยายธุรกิจเดินหน้าเจรจาพันธมิตร แตกไลน์ธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาวที่มั่นคง โดยบริษัทฯ ถือเป็นผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานระบบไฟฟ้า งานวิศวกรรมระบบสาธารณูปโภค และเครื่องกลแบบครบวงจร ทั้งนี้ FLOYD ได้เตรียมความพร้อมรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต โดยการก่อสร้างอาคารสำนักงานและศูนย์ฝึกอบรมใช้งบลงทุนราว 80 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/63 นี้ เห็นแผนธุรกิจการเติบโตที่ชัดเจนแบบนี้แล้ว ผู้ถือหุ้น FLOYD คงยิ้มแก้มปริ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3113921

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน FLOYD ซุ่มทำดีลหาพันธมิตร แตกไลน์ธุรกิจเสริมศักยภาพ

สำนักงบฯสหรัฐคาดจีดีพีลด 7% ใน Q2/63 จากผลกระทบโควิด-19

สำนักงานงบประมาณแห่งสภาคองเกรสสหรัฐ (CBO) ประมาณการว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐในไตรมาส 2/2563 จะลดลงมากกว่า 7% อันเนื่องมาจากภาวะชะงักงันด้านการค้าอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

CBO ระบุในแถลงการณ์ว่า หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในไตรมาส 2 สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจจะรายงานว่า การลดลงของ GDP ทั้งปี จะมากกว่านั้นประมาณ 4 เท่า และจะลดลงเกินกว่า 28%

นอกจากนี้ CBO คาดว่า อัตราการว่างงานจะสูงเกิน 10% ในไตรมาส 2/2563 ซึ่งสะท้อนจากตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงาน 3.3 ล้านคนที่รายงานในสัปดาห์ที่แล้ว และอีก 6.6 ล้านคนที่รายงานเมื่อวานนี้

นายไมเคิล ฮิคส์ ผู้อำนวยการของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของมหาวิทยาลัยบอล สเตทในรัฐอินเดียนาเปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวผ่านทางอีเมลว่า เขาคาดว่า อัตราการว่างงานจะอยู่ที่ราว 15% ในช่วงสิ้นเดือนพ.ค.

ที่มา ryt9

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน สำนักงบฯสหรัฐคาดจีดีพีลด 7% ใน Q2/63 จากผลกระทบโควิด-19

ธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์อาจสูญรายได้ 30 ล้านดอลลาร์เซ่นพิษโควิด-19

ผลสำรวจเผย เกสต์เฮ้าส์ในมัลดีฟส์อาจสูญเสียรายได้เกือบ 30 ล้านดอลลาร์ในระหว่างปิดทำการเนื่องจากมาตรการการป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19)

ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยสมาคมเกสต์เฮ้าส์แห่งมัลดีฟส์ (GAM) แสดงให้เห็นว่า อาจต้องใช้เวลาถึง 6 เดือนกว่าเกสต์เฮ้าส์จะสามารถเปิดให้บริการได้อีกครั้ง ซึ่งในระหว่างนั้นอาจเสียรายได้ถึง 28.9 ล้านดอลลาร์

GAM ระบุว่า เกสต์เฮ้าส์หลายแห่งจ่ายเงิน 26% ของรายได้ให้กับรัฐบาลผ่านค่าสาธารณูปโภคในภาษีสิ่งแวดล้อม (Green Tax) และภาษีสินค้าและบริการท่องเที่ยว ขณะที่ 56% ของรายได้จะจ่ายเป็นเงินเดือนพนักงานและค่าใช่จ่ายที่เกี่ยวข้องกับชุมชน

COVID-19: ธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์อาจสูญรายได้ 30 ล้านดอลลาร์เซ่นพิษโควิด-19
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังระบุด้วยว่า เกสต์เฮ้าส์หลายแห่งสร้างขึ้นจากการกู้ยืมเงิน และจะต้องจ่ายเงินกู้และค่าเช่าที่ดินซึ่งเป็นเงินก้อนใหญ่

ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของมัลดีฟส์ กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยอาลี วาฮีด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวของมัลดีฟส์ ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการวิกฤตการท่องเที่ยวโลก ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) เพื่อหารือผลกระทบของโควิด-19

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3108943

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ธุรกิจโรงแรมในมัลดีฟส์อาจสูญรายได้ 30 ล้านดอลลาร์เซ่นพิษโควิด-19