รัฐบาลจัดเคมเปญหนุนท่องเที่ยวในประเทศ ย้ำการเปิดรับชาวต่างชาติยังอยู่ระหว่างพิจารณา

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงที่ยังไม่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ออกหลายแคมเปญเพื่อกระตุ้นให้คนไทยและชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ออกเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยรัฐบาลขอเชิญชวนให้ประชาชนได้ท่องเที่ยวในประเทศ พร้อมขอให้ผู้ประกอบการได้สร้างความมั่นใจต่อประชาชนในมาตรฐานการดูแลรักษาความปลอดภัย ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนการเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั้น ยังอยู่ในขั้นของการศึกษาพิจารณาถึงแนวทาง โดยต้องมีการหารือกับหลายภาคส่วนเพื่อเห็นชอบร่วมกัน ที่สำคัญคือการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน ว่าเมื่อเปิดรับชาวต่างชาติแล้ว จะไม่ก่อให้เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 2 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ยืนยันว่าขณะนี้ระบบการป้องกันโรคของไทยมีความเข้มแข็ง ระบบเฝ้าระวังมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อเปิดรับชาวต่างชาติ ก็จะต้องมีมาตรการคัดกรองที่สามารถสร้างความมั่นใจต่อประชาชนได้

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3158287

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน รัฐบาลจัดเคมเปญหนุนท่องเที่ยวในประเทศ ย้ำการเปิดรับชาวต่างชาติยังอยู่ระหว่างพิจารณา

SOME ชูประเด็นฟื้นฟูเศรษฐกิจ-เร่งจ้างงานในภูมิภาค ส่งต่อรมว.พลังงานอาเซียน พ.ย.นี้

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมออนไลน์เจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านพลังงาน ครั้งที่ 38 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (The 38th Senior Officials Meeting on Energy and Associated Meetings : The 38th SOME) ที่มีขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 27 สิงหาคม 2563 ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว โดยการประชุมครั้งนี้มีประเด็นการประชุมที่สำคัญ

1.การกำหนดแนวทางการดำเนินงานในแผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านพลังงานอาเซียนระยะที่ 2 (APAEC PHASE II) ซึ่งจะใช้ในปี 2021-2025 พร้อมทั้งสรุปผลการดำเนินงานโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการความร่วมมือด้านพลังงานอาเซียนระยะที่ 1 (APAEC PHASE I) และโครงการที่จะดำเนินการต่อเนื่องไปในอนาคต ที่อยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือ 7 สาขา คือ ความร่วมมือด้านไฟฟ้า ความร่วมมือด้านปิโตรเลียม ความร่วมมือด้านถ่านหิน ความร่วมมือด้านพลังงานทดแทน ความร่วมมือด้านการอนุรักษ์พลังงาน ความร่วมมือด้านนโยบายและแผนพลังงาน และความร่วมมือด้านพลังงานนิวเคลียร์ โดยมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมทางพลังงานในการขับเคลื่อนสาขาพลังงานในยุคเปลี่ยนผ่าน (Energy transition)

  1. การอภิปรายแนวโน้มและสถานการณ์พลังงานโลก ปัญหาที่เผชิญและแนวทางการฟื้นฟูทางด้านพลังงานภายหลังจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นประเด็นที่กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศคู่เจรจา รวมถึงองค์กรด้านพลังงานระหว่างประเทศให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ส่งผลในวงกว้างต่อเศรษฐกิจการจ้างงานและรูปแบบการใช้และจัดหาพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือแนวทางการรับมือในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจมีผลกระทบต่อด้านพลังงานในอนาคตอีกด้วย
  2. ประเทศไทยได้เสนอนโยบาย “พลังงานร่วมใจ รวมไทยสร้างชาติ” ซึ่งเป็นนโยบายของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อเป็นแนวทางในการกระตุ้นการลงทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและเพิ่มอัตราการจ้างงานภายในภูมิภาค

“ประเทศผู้เข้าร่วมการประชุมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งให้การสนับสนุนโยบายดังกล่าว เพราะจะเป็นแนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่สำคัญ และก่อให้เกิดการจ้างงานภายในภูมิภาค โดยจะเตรียมเสนอต่อที่ประชุมในระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านพลังงานครั้งที่ 38 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 6 พฤศจิกายน 2563 นี้ต่อไป” ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าว

ทั้งนี้ กล่าวโดยสรุปการประชุมในครั้งนี้เน้นประเด็นที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและการจ้างงานภายในภูมิภาค การส่งเสริมการค้าขายพลังงานทั้งด้านไฟฟ้าและ LNG การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน การรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคพลังงานในอนาคต รวมถึงการกำหนดนโยบายและแนวทางการดำเนินงานเพื่อกระตุ้นการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่ยุคพลังงานสะอาด เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน รวมทั้งให้มีความสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ขององค์การสหประชาชาติอีกด้วย

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3156613

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน SOME ชูประเด็นฟื้นฟูเศรษฐกิจ-เร่งจ้างงานในภูมิภาค ส่งต่อรมว.พลังงานอาเซียน พ.ย.นี้

เจมาร์ท กรุ๊ป โชว์ความแข็งแกร่งต่อนักวิเคราะห์ งบ Q2/63 ทำนิวไฮ

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ในฐานะบริษัทอินเวสเมนท์ คอมพานี นำทีมผู้บริหารระดับสูงในกลุ่ม ได้แก่ JMT , SINGER , JAS ASSET และ J Fintech จัดประชุมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ในงาน Analyst Meeting นำเสนอความสำเร็จของผลประกอบการงวดไตรมาส 2/63 และแผนการ Synergy สนับสนุนกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ และคาดจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง ณ อาคารเจมาร์ท ถนนรามคำแหง เมื่อเร็วๆ นี้ โดยภายในงานได้รับความสนใจจากนักวิเคราะห์จำนวนมาก

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3154281

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เจมาร์ท กรุ๊ป โชว์ความแข็งแกร่งต่อนักวิเคราะห์ งบ Q2/63 ทำนิวไฮ

แบรนด์คนไทย ไม่แพ้ใครในโลก!!! ปรบมือรัวๆ ให้กับ “แพรอท ไฮยาลูรอน วิตามิน ซี แอนด์ อี”

เรียกได้ว่ากระแสตอบรับดีจนฉุดไม่อยู่ ไม่พูดถึงไม่ได้แล้ว!! กับ ผลิตภัณฑ์ครีมอาบน้ำพร้อมบำรุงผิว “แพรอท ไฮยาลูรอน วิตามิน ซี แอนด์ อี” ภายใต้การบริหารของ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี ล่าสุด ได้รับรางวัลผลโหวตอันดับ 1 การันตีคุณภาพสินค้าและความพึงพอใจจากผู้ใช้สินค้าจริง จาก cosmenet.in.th เว็บไซต์รีวิวเครื่องสำอางอันดับ 1 จากผู้ใช้จริง ซึ่งเป็น บิวตี้คอมมูนิตี้ที่ครบเครื่องเรื่องเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นอัปเดตเครื่องสำอางใหม่ก่อนใคร แบรนด์ไหนกำลังปัง เทรนด์ไหนกำลังฮิต ที่เป็นที่รู้จักของสาวๆ ยุคใหม่ โดยสรุปผลโหวตดังกล่าวจาก “รีวิวผู้ใช้จริง” มากถึง 200 คน ทั้งนี้ยังเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจาก “แพรอท” ที่นำเสนอทางเลือกให้แก่ผู้ที่มองหาครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมสำคัญจากไฮยาลูรอน ที่เป็นฟิลเลอร์ธรรมชาติ ช่วยเติมเต็มและกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิว พร้อมทั้งวิตามินซีและวิตามินอี บำรุงผิวให้แลดูกระจ่างใส เนียน นุ่ม อ่อนเยาว์ อาบพร้อมบำรุงผิวสวยจบในขั้นตอนเดียว สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ บิ๊กซี และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3151864

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน แบรนด์คนไทย ไม่แพ้ใครในโลก!!! ปรบมือรัวๆ ให้กับ “แพรอท ไฮยาลูรอน วิตามิน ซี แอนด์ อี”

กสิกรไทย คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 30.90-31.40 จับตาโควิดทั่วโลก, เจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์ถัดไป (10-14 ส.ค.) ที่ระดับ 30.90-31.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน และการเจรจาระดับสูงของผู้แทนการค้าของทั้งสองประเทศในเรื่องผลความคืบหน้าตามข้อตกลงเฟสแรก

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนส.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนก.ค. ด้วยเช่นกัน

สำหรับรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (3-7 ส.ค.) เงินบาทกลับมาอ่อนค่าช่วงท้ายสัปดาห์ หลังจากที่เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ สอดคล้องกับภาพรวมของสกุลเงินเอเชีย ประกอบกับเงินบาทน่าจะได้รับอานิสงส์บางส่วนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำด้วยเช่นกัน โดยเงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.00 บาทต่อดอลลาร์ แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 30.98 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วนตามการปรับโพสิชัน หลังจากที่ ธปท.เปิดเผยว่า เงินบาทมีความผันผวนมากขึ้น ซึ่ง ธปท.จะติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ แรงขายเงินดอลลาร์ฯ ยังชะลอลงช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่ตลาดรอติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค.

ทั้งนี้ ในวันศุกร์ (7 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.14 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 31.18 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (31 ก.ค.)

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3148632

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กสิกรไทย คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 30.90-31.40 จับตาโควิดทั่วโลก, เจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

ญี่ปุ่นหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เป็น -4.5% จากเดิมคาดขยายตัว 1.4%

รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจหดตัว 4.5% ในปีงบประมาณ 2563 เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สำนักงานคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้ปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งจะสิ้นสุดลงในเดือนมี.ค. ปีหน้า จากเดิมที่คาดไว้เมื่อเดือนม.ค.ว่าจะขยายตัวที่ระดับ 1.4% ซึ่งขณะนั้นโควิด-19 ยังระบาดอยู่ในจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในเมืองอู่ฮั่น

สำนักงานคณะรัฐมนตรีระบุในแถลงการณ์ว่า “การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นต่ำกว่าแนวโน้มการเติบโตที่คาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก”

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า “โดยเฉพาะในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. สภาพเศรษฐกิจเข้าสู่ขั้นวิกฤตอย่างรุนแรง เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้หยุดชะงักจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19”

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็นและขอให้ภาคธุรกิจระงับการดำเนินงานชั่วคราวภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.

สำนักงานคณะรัฐมนตรีกล่าวว่า เศรษฐกิจได้กลับมาฟื้นตัวหลังยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปเมื่อช่วงปลายเดือนพ.ค. ก่อนที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นทั่วประเทศจนบดบังภาพรวมทางเศรษฐกิจ

สำหรับปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัว 3.4% โดยระบุว่าจีดีพีของญี่ปุ่นน่าจะกลับมาฟื้นตัวแตะระดับเดียวกับช่วงก่อนโควิด-19 ระบาดได้ในเร็ววัน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3145879

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ญี่ปุ่นหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เป็น -4.5% จากเดิมคาดขยายตัว 1.4%

‘ราคาปาล์มน้ำมัน’ จ่อร่วงหลังสต็อกล้น

กรมการค้าภายใน หวั่นราคาปาล์มดิบร่วง หลัง 2 เดือนสต็อกน้ำมันปาล์มพุ่งเกิน 4.9 แสนตัน เร่งผลักดัน กฟผ.-ปั๊ม-ส่งออกดูดซับส่วนเกิน

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน  เปิดเผยว่า ผลจากการล็อกดาวน์ประเทศกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลบี20และบี100 ที่ใช้ปาล์มน้ำมันเป็นวัตถุดิบลดลงกว่า 20% รวมถึงการบริโภคภายในครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมลดลง สวนทางกับปริมาณผลปาล์มทะลายยังออกสู่ตลาดเพิ่มจากวันละ 1.5-1.6 ล้านตัน เป็น 1.7 ล้านตัน ส่งผลให้ เกิดปัญหาสต็อกน้ำมันปาล์มในรูป ซีพีโอ(CPO) เพิ่มขึ้น จาก 1.7 แสนตันในเดือนก.พ. เป็น 4.9 แสนตันในเดือนก.ค.

                ปัญหาสต็อกดังกล่าว ส่งผลให้ราคาปาล์มดิบในขณะนี้ปรับลดลงเหลือ 3 – 3.20 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 4 บาทต่อกก.  และน้ำมันปาล์ม มีราคาที่  19-21 บาทต่อกก. ลดลงจาก 22 บาทต่อกก.  ดังนั้นต้องเร่งแก้ปัญหาและออกมาตรการรับมือ โดยเร่งรัดการดูดซับน้ำมันส่วนเกินออกจากสต็อกซึ่งเพียง 3 เดือนปริมาณสูงถึง 4.9 แสนตัน

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/890404?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=economic

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ‘ราคาปาล์มน้ำมัน’ จ่อร่วงหลังสต็อกล้น

“เศรษฐพุฒิ-อนุสรณ์”ยื่นชิงเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติเพิ่มช่วงขยายเวลารับสมัคร

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการสรรหาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทนนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.คนปัจจุบัน ที่จะครบวาระในวันที่ 30 ก.ย.63 ว่า หลังจากขยายเวลารับสมัครมาจนถึงวันนี้เป็นสุดท้าย มีผู้สมัครเพิ่มอีก 2 ราย ได้แก่ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการและกรรมการตรวจสอบ ธปท. และรายที่ยื่นล่าสุดก่อนปิดรับสมัคร คือ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ หนึ่งในกรรมการ กนง.

ก่อนหน้านี้ มีผู้นยื่นสมัครชิงตำแหน่ง 4 คน เป็นคนใน 2 คน ได้แก่ นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. และนายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ส่วนคนนอก 2 คน ได้แก่ นางต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบุตรสาวนายชวลิต ธนะชานันท์ อดีตผู้ว่าการ ธปท. และอดีต รมช. คลัง และนายสุชาติ เตชะโพธิ์ไทร อดีตรองกรรมการผู้จัดการ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุนและผู้จัดการกองทุนรวม บลจ.อยุธยา เจเอฟ

สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ จะสรุปพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นสมัครในวันที่ 17 ก.ค. และเปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 21 ก.ค. และคณะกรรมการสรรหาฯ จะเสนอ 2 รายชื่อให้ รมว.คลังเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3140813

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “เศรษฐพุฒิ-อนุสรณ์”ยื่นชิงเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติเพิ่มช่วงขยายเวลารับสมัคร

เวิลด์แบงก์ คาด GDP ไทยปี 63 หดตัว -5% ก่อนฟื้นโต 4.1% ในปี 64 และ 3.6% ในปี 65

ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะประเทศไทยที่เปิดกว้างทางการค้า และเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว จึงคาดว่าในปี 2563 เศรษฐกิจไทยจะหดตัว -5% ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจหดตัวมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

ทั้งนี้ อุปสงค์ที่อ่อนตัวลงนำไปสู่การหดตัวของการค้าโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และกระทบกับห่วงโซ่มูลค่าโลก เช่น รถยนต์ ซึ่งไทยเป็นประเทศหนึ่งในผู้ผลิตที่โดดเด่นของโลก นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนเกือบ 15% ของจีดีพี ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากการห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศนับตั้งแต่มี.ค.63

อย่างไรก็ดี ธนาคารโลก คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในปี 64 ที่ 4.1% และปี 65 ที่ 3.6% ซึ่งการกลับมาฟื้นตัวในระดับเดียวกับก่อนที่จะเกิดสถานการณ์โควิด-19 ได้นั้นต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี เศรษฐกิจจึงสามารถฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็ง และต้องอาศัยการตอบสนองทางเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนครัวเรือนและผู้ประกอบการที่เปราะบางอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3137709

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เวิลด์แบงก์ คาด GDP ไทยปี 63 หดตัว -5% ก่อนฟื้นโต 4.1% ในปี 64 และ 3.6% ในปี 65

IMF เล็งหั่นคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจโลก’ ยุคโควิด เดิมตั้งไว้หดตัว 3%

นางกิตา โกปินาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวแสดงความเห็นว่า เศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มหดตัวลงรุนแรงกว่าที่ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ไว้ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

นางโกปินาธ เปิดเผยผ่านทางบล็อกว่า ในช่วงสัปดาห์แรกที่ประเทศต่างๆ ในยุโรปประกาศล็อกดาวน์นั้น ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับวิกฤตการเงินครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) โดยในขณะนั้น ไอเอ็มเอฟ คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง 3% ในปี 2563

“นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิด Great Depression ที่เศรษฐกิจทั้งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มตลาดเกิดใหม่จะเผชิญกับภาวะถดถอยในปี 2563 ดิฉันคาดว่า รายงาน World Economic Outlook Update ประจำเดือนมิ.ย.ของไอเอ็มเอฟ อาจจะมีการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงในระดับที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้” นางโกปินาธกล่าว

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/885446

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน IMF เล็งหั่นคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจโลก’ ยุคโควิด เดิมตั้งไว้หดตัว 3%