กสิกรไทย คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 30.90-31.40 จับตาโควิดทั่วโลก, เจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์ถัดไป (10-14 ส.ค.) ที่ระดับ 30.90-31.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน และการเจรจาระดับสูงของผู้แทนการค้าของทั้งสองประเทศในเรื่องผลความคืบหน้าตามข้อตกลงเฟสแรก

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภค ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือนก.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนส.ค. นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนก.ค. ด้วยเช่นกัน

สำหรับรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (3-7 ส.ค.) เงินบาทกลับมาอ่อนค่าช่วงท้ายสัปดาห์ หลังจากที่เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ สอดคล้องกับภาพรวมของสกุลเงินเอเชีย ประกอบกับเงินบาทน่าจะได้รับอานิสงส์บางส่วนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำด้วยเช่นกัน โดยเงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.00 บาทต่อดอลลาร์ แตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 30.98 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงบางส่วนตามการปรับโพสิชัน หลังจากที่ ธปท.เปิดเผยว่า เงินบาทมีความผันผวนมากขึ้น ซึ่ง ธปท.จะติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาทอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ แรงขายเงินดอลลาร์ฯ ยังชะลอลงช่วงท้ายสัปดาห์ ขณะที่ตลาดรอติดตามข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน ก.ค.

ทั้งนี้ ในวันศุกร์ (7 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.14 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับระดับ 31.18 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (31 ก.ค.)

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3148632

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน กสิกรไทย คาดกรอบบาทสัปดาห์หน้า 30.90-31.40 จับตาโควิดทั่วโลก, เจรจาการค้าสหรัฐ-จีน

ญี่ปุ่นหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เป็น -4.5% จากเดิมคาดขยายตัว 1.4%

รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นอาจหดตัว 4.5% ในปีงบประมาณ 2563 เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า สำนักงานคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่นได้ปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งจะสิ้นสุดลงในเดือนมี.ค. ปีหน้า จากเดิมที่คาดไว้เมื่อเดือนม.ค.ว่าจะขยายตัวที่ระดับ 1.4% ซึ่งขณะนั้นโควิด-19 ยังระบาดอยู่ในจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในเมืองอู่ฮั่น

สำนักงานคณะรัฐมนตรีระบุในแถลงการณ์ว่า “การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นต่ำกว่าแนวโน้มการเติบโตที่คาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก”

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า “โดยเฉพาะในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. สภาพเศรษฐกิจเข้าสู่ขั้นวิกฤตอย่างรุนแรง เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้หยุดชะงักจากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19”

รัฐบาลญี่ปุ่นได้ขอความร่วมมือให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็นและขอให้ภาคธุรกิจระงับการดำเนินงานชั่วคราวภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.

สำนักงานคณะรัฐมนตรีกล่าวว่า เศรษฐกิจได้กลับมาฟื้นตัวหลังยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปเมื่อช่วงปลายเดือนพ.ค. ก่อนที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะกลับมาเพิ่มขึ้นทั่วประเทศจนบดบังภาพรวมทางเศรษฐกิจ

สำหรับปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัว 3.4% โดยระบุว่าจีดีพีของญี่ปุ่นน่าจะกลับมาฟื้นตัวแตะระดับเดียวกับช่วงก่อนโควิด-19 ระบาดได้ในเร็ววัน

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq29/3145879

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ญี่ปุ่นหั่นคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้เป็น -4.5% จากเดิมคาดขยายตัว 1.4%

‘ราคาปาล์มน้ำมัน’ จ่อร่วงหลังสต็อกล้น

กรมการค้าภายใน หวั่นราคาปาล์มดิบร่วง หลัง 2 เดือนสต็อกน้ำมันปาล์มพุ่งเกิน 4.9 แสนตัน เร่งผลักดัน กฟผ.-ปั๊ม-ส่งออกดูดซับส่วนเกิน

นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน  เปิดเผยว่า ผลจากการล็อกดาวน์ประเทศกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยวทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลบี20และบี100 ที่ใช้ปาล์มน้ำมันเป็นวัตถุดิบลดลงกว่า 20% รวมถึงการบริโภคภายในครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมลดลง สวนทางกับปริมาณผลปาล์มทะลายยังออกสู่ตลาดเพิ่มจากวันละ 1.5-1.6 ล้านตัน เป็น 1.7 ล้านตัน ส่งผลให้ เกิดปัญหาสต็อกน้ำมันปาล์มในรูป ซีพีโอ(CPO) เพิ่มขึ้น จาก 1.7 แสนตันในเดือนก.พ. เป็น 4.9 แสนตันในเดือนก.ค.

                ปัญหาสต็อกดังกล่าว ส่งผลให้ราคาปาล์มดิบในขณะนี้ปรับลดลงเหลือ 3 – 3.20 บาทต่อกิโลกรัม(กก.) จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 4 บาทต่อกก.  และน้ำมันปาล์ม มีราคาที่  19-21 บาทต่อกก. ลดลงจาก 22 บาทต่อกก.  ดังนั้นต้องเร่งแก้ปัญหาและออกมาตรการรับมือ โดยเร่งรัดการดูดซับน้ำมันส่วนเกินออกจากสต็อกซึ่งเพียง 3 เดือนปริมาณสูงถึง 4.9 แสนตัน

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/890404?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=economic

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ‘ราคาปาล์มน้ำมัน’ จ่อร่วงหลังสต็อกล้น

“เศรษฐพุฒิ-อนุสรณ์”ยื่นชิงเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติเพิ่มช่วงขยายเวลารับสมัคร

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการสรรหาผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แทนนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการ ธปท.คนปัจจุบัน ที่จะครบวาระในวันที่ 30 ก.ย.63 ว่า หลังจากขยายเวลารับสมัครมาจนถึงวันนี้เป็นสุดท้าย มีผู้สมัครเพิ่มอีก 2 ราย ได้แก่ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการและกรรมการตรวจสอบ ธปท. และรายที่ยื่นล่าสุดก่อนปิดรับสมัคร คือ นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ หนึ่งในกรรมการ กนง.

ก่อนหน้านี้ มีผู้นยื่นสมัครชิงตำแหน่ง 4 คน เป็นคนใน 2 คน ได้แก่ นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. และนายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ส่วนคนนอก 2 คน ได้แก่ นางต้องใจ ธนะชานันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบุตรสาวนายชวลิต ธนะชานันท์ อดีตผู้ว่าการ ธปท. และอดีต รมช. คลัง และนายสุชาติ เตชะโพธิ์ไทร อดีตรองกรรมการผู้จัดการ ประธานเจ้าหน้าที่สายการลงทุนและผู้จัดการกองทุนรวม บลจ.อยุธยา เจเอฟ

สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ จะสรุปพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่ยื่นสมัครในวันที่ 17 ก.ค. และเปิดให้แสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ 21 ก.ค. และคณะกรรมการสรรหาฯ จะเสนอ 2 รายชื่อให้ รมว.คลังเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกในขั้นตอนสุดท้าย

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3140813

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “เศรษฐพุฒิ-อนุสรณ์”ยื่นชิงเก้าอี้ผู้ว่าแบงก์ชาติเพิ่มช่วงขยายเวลารับสมัคร

เวิลด์แบงก์ คาด GDP ไทยปี 63 หดตัว -5% ก่อนฟื้นโต 4.1% ในปี 64 และ 3.6% ในปี 65

ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะประเทศไทยที่เปิดกว้างทางการค้า และเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว จึงคาดว่าในปี 2563 เศรษฐกิจไทยจะหดตัว -5% ซึ่งนับเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจหดตัวมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก

ทั้งนี้ อุปสงค์ที่อ่อนตัวลงนำไปสู่การหดตัวของการค้าโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และกระทบกับห่วงโซ่มูลค่าโลก เช่น รถยนต์ ซึ่งไทยเป็นประเทศหนึ่งในผู้ผลิตที่โดดเด่นของโลก นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนเกือบ 15% ของจีดีพี ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เนื่องจากการห้ามนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศนับตั้งแต่มี.ค.63

อย่างไรก็ดี ธนาคารโลก คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในปี 64 ที่ 4.1% และปี 65 ที่ 3.6% ซึ่งการกลับมาฟื้นตัวในระดับเดียวกับก่อนที่จะเกิดสถานการณ์โควิด-19 ได้นั้นต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี เศรษฐกิจจึงสามารถฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็ง และต้องอาศัยการตอบสนองทางเศรษฐกิจ เพื่อสนับสนุนครัวเรือนและผู้ประกอบการที่เปราะบางอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3137709

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เวิลด์แบงก์ คาด GDP ไทยปี 63 หดตัว -5% ก่อนฟื้นโต 4.1% ในปี 64 และ 3.6% ในปี 65

IMF เล็งหั่นคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจโลก’ ยุคโควิด เดิมตั้งไว้หดตัว 3%

นางกิตา โกปินาธ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวแสดงความเห็นว่า เศรษฐกิจทั่วโลกมีแนวโน้มหดตัวลงรุนแรงกว่าที่ไอเอ็มเอฟ คาดการณ์ไว้ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

นางโกปินาธ เปิดเผยผ่านทางบล็อกว่า ในช่วงสัปดาห์แรกที่ประเทศต่างๆ ในยุโรปประกาศล็อกดาวน์นั้น ไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับวิกฤตการเงินครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ (Great Depression) โดยในขณะนั้น ไอเอ็มเอฟ คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะหดตัวลง 3% ในปี 2563

“นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิด Great Depression ที่เศรษฐกิจทั้งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกลุ่มตลาดเกิดใหม่จะเผชิญกับภาวะถดถอยในปี 2563 ดิฉันคาดว่า รายงาน World Economic Outlook Update ประจำเดือนมิ.ย.ของไอเอ็มเอฟ อาจจะมีการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลงในระดับที่รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้” นางโกปินาธกล่าว

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/885446

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน IMF เล็งหั่นคาดการณ์ ‘เศรษฐกิจโลก’ ยุคโควิด เดิมตั้งไว้หดตัว 3%

เลขาฯ กพอ. รับโควิดกระทบต่างชาติลงทุนชะลอลง เตรียมเสนอผ่อนปรนนลท.ภาคอุตสาหกรรมเข้าไทย

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ที่มี นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง เป็นประธานว่า ภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในปีนี้คาดว่าจะชะลอตัวลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ก่อนจะปรับฟื้นขึ้นในต้นปีหน้า หลังจากเจอวัคซีนโควิด-19 ดังนั้นประเทศไทยจะมีเวลา 6-9 เดือนหลังจากนี้ในการสร้างแรงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามา แม้ว่ากระบวนการลงทุนจะยังไม่ลื่นไหลจนกว่าจะเจอวัคซีน แต่ก็เพื่อช่วยรักษาทิศทางการลงทุนของประเทศ

โดยประเมินว่ามาตรการล็อกดาวน์ของภาครัฐ ทั้งการปิดเมืองห้ามเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย และอื่น ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยในปี 2563 ติดลบ 5% ขณะที่เม็ดเงินลงทุนหายไปกว่า 8 แสนล้านบาท โดยที่ประชุม กบอ. จะมีการพิจารณาทิศทางเศรษฐกิจและเม็ดเงินลงทุนอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไป หลังจากที่รัฐบาลเริ่มมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์แล้ว

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3132574

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เลขาฯ กพอ. รับโควิดกระทบต่างชาติลงทุนชะลอลง เตรียมเสนอผ่อนปรนนลท.ภาคอุตสาหกรรมเข้าไทย

ห่วงแรงงานไทยซมพิษโควิด ธปท.ชี้เศรษฐกิจทรุด 3 เดือนท่องเที่ยวเหลือศูนย์

ธปท.ชี้เริ่มเข้าสู่ไตรมาส 2 เศรษฐกิจดิ่งเหวจากพิษโควิด-19 เริ่มต้นปิดเมือง ตัวเลขเดือน เม.ย.การท่องเที่ยวติดลบ 100% ส่งออกเริ่มติดลบ การบริโภคอ่อนแอสุดตั้งแต่เริ่มทำดัชนี ติดลบ 15.1% การผลิตติดลบ 17.2% ห่วงที่สุดคือ การว่างงานที่พุ่งแบบก้าวกระโดด จับตา 2 เดือน พ.ค.-มิ.ย.ที่เศรษฐกิจจะปักหัวต่อเนื่อง หวังมาตรการรัฐช่วยพยุง

นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจในเดือน เม.ย.หดตัวมากขึ้นโดยได้รับผลกระทบชัดเจนจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีการล็อกดาวน์เมือง และปิดกิจการธุรกิจชั่วคราว โดยภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบมากที่สุด จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศหดตัว 100% จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยเป็นผลจากการห้ามเดินทางเข้าประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในเดือนนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่หายไปส่งผลกระทบมากต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร และธุรกิจขนส่งผู้โดยสารและคาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในเดือน พ.ค.และเดือน มิ.ย.ซึ่งยังไม่มีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

การส่งออกสินค้าในเดือน เม.ย.หดตัว 3.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน หากไม่รวมการส่งออกทองคำ ที่มีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนนี้ มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงที่ 15.9% โดยเป็นการหดตัวสูงในหมวดยานยนต์และชิ้นส่วน และสินค้ากลุ่มที่มูลค่าเคลื่อนไหวตามราคาน้ำมันดิบ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรอุปกรณ์ จากความต้องการของประเทศคู่ค้าที่ลดต่ำลงมาก เพราะทุกประเทศอยู่ในช่วงล็อกดาวน์ และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับลดลงมาก โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนหดตัวสูงจากระยะเดียวกันปีก่อนตามการใช้จ่ายในทุกองค์ประกอบ โดยดัชนีติดลบ 15.1 เป็นการติดลบสูงสุดตั้งแต่เคยทำดัชนีนี้มา จากกำลังซื้อภาคครัวเรือนที่อ่อนแอลง

“ตัวเลขการว่างงานเป็นตัวเลขที่ ธปท.ค่อนข้างเป็นห่วง โดยเฉพาะระยะข้างหน้า โดยดูจากตัวเลขผู้ขอรับสิทธิว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม พบว่า โดยเดือน เม.ย.เทียบเดือน มี.ค.กระโดดขึ้นสูงมากจาก 1.4% ขึ้นไป 1.8% ขณะที่การถูกเลิกจ้างเพิ่มขึ้นจาก 0.25% เป็น 0.4% นอกจากนั้น หากพิจารณาบริษัทที่ปิดกิจการชั่วคราวในเดือน เม.ย.พบว่าเพิ่มขึ้น 5 เท่าจากเดือน มี.ค.โดยมีจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดกิจการชั่วคราว (มาตรา 75) ในเดือน เม.ย. 2,406 ราย จำนวนลูกจ้างที่เกี่ยวข้อง 465,218 คน และในเดือน พ.ค.ซึ่งตัวเลขที่ได้ยังไม่ครบเดือน มีจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นอีก 1,447 ราย จำนวนลูกจ้าง 335,692 คน ซึ่งคงต้องดูว่ามาตรการที่ภาครัฐเยียวยาจะช่วยได้มากหรือน้อยแค่ไหน”

ทั้งนี้ นอกเหนือจากภาคการเกษตรแล้ว แรงงานในภาคเกษตรก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยนายดอนระบุว่า รายได้เกษตรในเดือน เม.ย.หดตัวสูงถึง 10.1% โดยมาจากผลผลิตที่ลดลงจากภาวะภัยแล้ง การลงทุนภาคเอกชนติดลบ 6.1% ดีขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา โดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากปัจจัยพิเศษ จากการลงทุนในหมวดก่อสร้างปรับตัวดีขึ้น เพราะปีนี้ไม่มีการปิดวันหยุดสงกรานต์ ทำให้ก่อสร้างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการลงทุนภาคเอกชนในช่วงต่อไปมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง เห็นได้จากความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงต่ำเป็นประวัติการณ์

ภาคการผลิตเป็นอีกภาคที่ลดลงต่ำมากหดตัว 17.2% ผลจากการผลิตรถยนต์ที่ลดลงมาก เพราะมีการปิดโรงงาน การนำเข้าหดตัวสูง 17% สอดคล้องกับการลดลงของภาคการผลิต และการส่งออก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อติดลบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายของรัฐบาลเข้ามาพยุงเศรษฐกิจในเดือน เม.ย.ทั้งการใช้จ่ายประจำผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 และเงินช่วยเหลือในส่วนของ “เราไม่ทิ้งกัน” ที่ลงไปในส่วนของการใช้จ่ายของประชาชนโดยตรง

“สำหรับแนวโน้มในเดือน พ.ค.การหดตัวของเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูงเช่นเดียวกับเดือน เม.ย. โดยการท่องเที่ยวยังเป็นศูนย์ ส่งออกติดลบ แต่ในประเทศจะดีขึ้นจากการคลายล็อกดาวน์จะช่วยให้มีผลบ้างแต่ไม่ชัดเจน และเงินช่วยเหลือในส่วนของ “เราไม่ทิ้งกัน” จะลงไปในเศรษฐกิจได้มากขึ้น ขณะที่ปัจจัยลบที่จะเกิดขึ้นจะยังมีผลต่อเนื่องไปถึงเดือน มิ.ย.แม้จะเริ่มมีการผ่อนคลายเฟส 3 มากขึ้น โดย ธปท.มองว่าไตรมาสที่ 2 จะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจลงต่ำที่สุด”

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่า ช่วงที่โควิด-19 แพร่ระบาด การใช้งานบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมและมีปริมาณการใช้เพิ่มสูงขึ้น พบวันสิ้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา วันเดียวคนไทยโอนเงินรัวๆ 16 ล้านรายการ.

ที่มา https://www.thairath.co.th/news/business/1856841

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ห่วงแรงงานไทยซมพิษโควิด ธปท.ชี้เศรษฐกิจทรุด 3 เดือนท่องเที่ยวเหลือศูนย์

ลีซ อิท สนับสนุนทางการเงินในโครงการหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ

LIT พลิกวิกฤตเป็นโอกาส! ออกแพคเกจสินเชื่อเพื่อธุรกิจจำหน่ายและติดตั้งเครื่องมือทางการแพทย์ ล่าสุด…ได้สนับสนุนทางการเงินในโครงการหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ วงเงินรวมกว่า 150 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักผลการดำเนินงานปี 63 ให้สามารถเติบโตท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อธุรกิจ SMEs ประเภท Non-Bank ชั้นนำ

คุณสิตาพัชร์ นิโรจน์ธนรัฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บมจ.ลีซ อิท หรือ LIT ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อธุรกิจเพื่อ SMEs โดยเป็นแหล่งเงินทุนทางเลือกนอกภาคสถาบันการเงินประเภท Non-Bank ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ออกแพคเกจสินเชื่อเพื่อธุรกิจจัดจำหน่ายและติดตั้งอุปกรณ์-เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องมือทางวิชาชีพ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ที่ประกอบธุรกิจด้านเครื่องมือแพทย์โดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับโครงการจากหน่วยงานราชการ เช่น โรงพยาบาลของหน่วยงานภาครัฐ

ที่มา https://www.ryt9.com/s/prg/3125626

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ลีซ อิท สนับสนุนทางการเงินในโครงการหุ่นยนต์จัดยาอัตโนมัติ

พาณิชย์ ติดตามสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนรอบใหม่ จับตานโยบายเพิ่มเติมช่วงใกล้เลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงความกังวลว่าสหรัฐฯ และจีนอาจกลับมามีความขัดแย้งทางการค้ากันอีกครั้ง หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐฯ อาจยกเลิกข้อตกลงเศรษฐกิจการค้าระยะแรกกับจีน หากจีนไม่ทำตามข้อตกลงการซื้อสินค้าและบริการจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นมูลค่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 2 ปี (วันที่ 1 ม.ค. 2563 – 31 ธ.ค. 2564)

นอกจากนี้ สหรัฐฯ พร้อมจะกลับมาใช้มาตรการกับจีนเพิ่มเติม โดยอ้างเหตุการพบความเชื่อมโยงระหว่างจีนและการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่กำลังสร้างความเสียหายต่อประชากรและเศรษฐกิจโลกอย่างกว้างขวาง

ที่มา https://www.ryt9.com/s/iq03/3122128

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน พาณิชย์ ติดตามสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนรอบใหม่ จับตานโยบายเพิ่มเติมช่วงใกล้เลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ