แรงมาก็แรงกลับ ชาวจีนตอบโต้สหรัฐเริ่มแบนสินค้าจากสหรัฐแล้วเป้าหมายแรกคือ Apple

เรียกว่าสงครามการค้าในครั้งนี้ของสหรัฐดูเหมือนว่าจะไม่ได้ส่งผลดีในระยะเวลาอันสั้นเร็วๆ นี้แน่นอนเพราะว่าหลังจากที่สหรัฐนั้นได้ทำการเพิ่มกำแพงภาษีและการห้ามไม่ให้บริษัทในสหรัฐใช้ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์สื่อสารจากบริษัทที่รัฐบาลได้ทำการห้ามไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Huawei ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เครือข่ายรายใหญ่ของประเทศจีนนั่นเอง 
ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นทำให้ชาวจีนนั้นเริ่มมีมราตรการการแบนสินค้าจากผู้ผลิตฝั่งสหรัฐโดยเป้าหมายแรกนั่นก็คือ Apple นั่นเองโดย โดยเริ่มจากการที่มีการตั้งคำถามว่า”ทำไมเราจำเป็นที่จะต้องใช้ iPhone กันอีกเพราะว่าเรามี Huawei ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับ iPhone และอาจจะดีกว่าเสียด้วย” ซึ่งคำถามเหล่านี้ทำให้ชาวจีนนั้นเริ่มมีการเคลื่อนไหวแบนสินค้า Apple กันบ้างแล้ว โดยมีผู้ใช้รายหนึ่งใน Weibo ได้ออกมาประกาศว่าเขานั้นจะเปลี่ยนไปใช้ Huawei ทันทีที่พร้อมและจะไม่ใช้ iPhone อีกต่อไปเพราะว่าเขานั้นต้องรู้สึกผิดที่เขาใช้ iPhone ในช่วงระหว่างที่เกิด Trade War นี้ 
สำหรับครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศจีนเริ่มมีการเชิญชวนให้ทำการแบนสินค้าจากสหรัฐอย่าง Apple โดยครั้งก่อนเมื่อประมาณเดือนธันวาคมปีที่แล้วบริษัทยักษ์ใหญ่หลายๆ แห่งนั้นไม่อนุญาตให้พนักงานของตัวเองนั้นใช้ผลิตภัณฑ์จาก Apple ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Huawei นั่นเอง ก็คงต้องรอจับตาดูกันว่า Trade War ครั้งนี้จะจบอย่างไรซึ่งตอนนี้สิ่งที่แน่นอนแล้วว่าในระยะสั้นๆ นี้ผู้ที่จะเสียหายมากที่สุดคือประชาชนของสองประเทศทั้งจีนและสหรัฐนั่นเอง 

ที่มา:https://9to5mac.com/2019/05/18/boycott-apple-china-movement/ 

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ใส่ความเห็น

อมตะ-สมาคมฯซอฟแวร์ไทยร่วมพัฒนาสังคมดิจิทัล

นางสาวลีน่า อึ้ง (Ms. Lena Ng) ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และนายทินกร เหล่าเราวิโรจน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ ATSI ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษามองหาแนวโน้มความเป็นไปได้ในธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนดิจิทัลไทยแลนด์ สมาร์ทซิตี้ สังคมดิจิทัล สร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมซอฟแวร์ไทย พร้อมขยายสู่ตลาดต่างประเทศ อาทิ เมียนมาร์ เวียดนาม และลาวต่อไป ณ อาคารกรมดิษฐ์ กรุงเทพฯ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2991492

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน อมตะ-สมาคมฯซอฟแวร์ไทยร่วมพัฒนาสังคมดิจิทัล

“เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” ผนึก “ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ผู้นำด้านการจัดงานด้านโลจิสติกส์ใหญ่ที่สุดในโลก

“เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดแสดงสินค้าของไทย และเป็นผู้จัดงาน Intelligent Warehouse  งานแสดงเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ คลังสินค้า และระบบจัดการ ซึ่งจัดทุก 2 ปี พร้อมผนึกกำลัง “ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ผู้จัดงาน LogiMAT งานด้านอินทราโลจิสติกส์ระดับโลกจากประเทศเยอรมัน ร่วมกันจัดงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” เพื่อขยายงานแสดงสินค้าด้านโลจิสติกส์ของไทยให้เป็นงานระดับโลก โดยดึงผู้เข้าร่วมงานจากระดับนานาชาติ ตั้งเป้าให้งานเป็นศูนย์กลางของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

นายภูษิต ศศิธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด ผู้นำตลาดด้านจัดงานแสดงนิทรรศการ และการประชุมระดับนานาชาติของไทย เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯ ได้ร่วมกับ ชมรมเทคโนโลยีคลังสินค้า และระบบจัดการ ได้จัดงาน Intelligent Warehouse ในทุก 2 ปี ซึ่งเป็นงานนิทรรศการแห่งนวัตกรรมระบบคลังสินค้า และการจัดการคลังสินค้าในอนาคต ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั่วโลกกว่า 50 ราย มาตั้งแต่ ปี 2558, 2560 และในปีนี้กำลังจะจัดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 24-27 กรกฏาคม 2562 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 5 เมืองทองธานี

และเพื่อเพิ่มศักยภาพ และความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าทางด้านโลจิสติกส์ บริษัทฯ ได้ร่วมกับ”ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ผู้จัดงาน LOGIMAT งานด้านอินทราโลจิสติกส์ระดับโลกจากประเทศเยอรมัน ร่วมกันจัดงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” โดยจะใช้ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายระดับนานาชาติเพื่อเพิ่มศักยภาพ และความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้เข้าแสดงสินค้า และผู้เข้าชมงาน ที่ต้องการผู้บริหารอย่างมืออาชีพเป็นที่ยอมรับของตลาดในระดับโลก ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าให้งาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” เป็นงานนิทรรศการทางด้านอินทราโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย “ยูโร เอ็กซ์โป” เป็นบริษัทจัดงาน LogiMAT – งานแสดงสินค้าระหว่างประเทศสำหรับการแก้ไขปัญหากระบวนการโลจิสติกส์ภายในโรงงาน (Intralogistics) และระบบการจัดการ (Process Management) ซึ่งงาน LogiMAT จัดขึ้นตั้งปี 2003 ที่เมืองสตุ๊กการ์ด ประเทศเยอรมัน และมีประสบการณ์การจัดงานมากว่า 16 ปี ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ คาดว่าจะเปิดโอกาสให้บริษัทจากต่างชาติเข้ามาเปิดตลาดในไทย สร้างเครือข่ายจากวงการโลจิสติกส์จากทั่วโลก และส่งเสริมการลงทุนในประเทศกลุ่มอาเซียนมากยิ่งขึ้น

สำหรับ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” เป็นศูนย์แสดงนิทรรศการในเมืองสตุ๊ตการ์ท ประเทศเยอรมนี และเป็นศูนย์แสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับเก้าในประเทศเยอรมนี และการผนึกกำลังในครั้งนี้ ทาง “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ร่วมกับ “ยูโร เอ็กซ์โป” ในการจับมือกับบริษัท บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด เพื่อจัดงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” ซึ่งงานจะจัดขึ้นในปี 2563

นายภูษิต ศศิธรานนท์ กล่าวต่อไปอีกว่า จากความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเชื่อมโยงทางด้านเทคโนโลยีการเพิ่มศักยภาพและสร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงแนะนำให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทย ถือเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการผลักดันธุรกิจการแสดงสินค้าของไทยให้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น

โดยงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” จะประกอบไปด้วยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น Warehousing, Intra-logistic, Supply Chain, Material Handling Storage, Cold Chain โดยผู้เข้าร่วมงานคือกลุ่มผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจทางด้าน Retail , Process Manufacturing , Logistics/Freight , Government /Regular รวมไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์

“บริษัทฯ ตั้งเป้าในการจัดงานด้วยพื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. และมีจำนวนบริษัทด้านโลจิสติกส์ และคลังสินค้าที่มีนวัตกรรมจากทุกมุมโลก และคาดว่าจะสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางและเป็นผู้นำตลาดทางด้านโลจิสติกส์ของตลาดเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2563” นายภูษิต กล่าวสรุปในตอนท้าย

นายสราวุธ เล้าประเสริฐ ในฐานะผู้ก่อตั้งสมาคมอินทราโลจิสติกส์ไทย กล่าวแสดงความยินดีกับการร่วมมือของทาง “เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” , “ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ในครั้งนี้ ” ทางเราได้ให้ร่วมมือกับทาง “เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” ในการจัดงาน Intelligent Warehouse ในฐานะชมรมเทคโนโลยีคลังสินค้าและระบบจัดการ มาตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2015 และทางชมรมกำลังจะก่อตั้งสมาคมอินทราโลจิสติกส์ไทยภายในปีนี้ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” ต่อไปในฐานะสมาคม ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคมและความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่จะส่งผลให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางโลจิสติกส์ของอาเซียนและเป็นจุดหมายในการลงทุนของนักลงทุนนานาชาติต่อไป

นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ขอแสดงความยินดีกับการร่วมมือของ “เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” , “ยูโร เอ็กซ์โป และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” เพื่อจัดงานแสดงสินค้าตัวใหม่ “LogiMAT Intelligent Warehouse” ในเดือนพฤษภาคมปี 2563 สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นในประเทศไทยของผู้จัดงานงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ชั้นนำของโลกจากเยอรมนี และบ่งชี้ให้เห็นความมุ่งมั่นของผู้จัดงานชาวไทยในการยกระดับสู่ตลาดโลก ทีเส็บมีความภูมิใจที่ได้มีโอกาสสวมบทบาทเป็นผู้ร่วมผลักดันการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างประเทศในครั้งนี้ และเชื่อมั่นว่างาน LogiMAT Intelligent Warehouse จะเป็นเวทีช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมหลักของนโยบาย 4.0 ให้ก้าวไกลไต่ระดับความสำเร็จบนพื้นฐานของความยั่งยืนต่อไปและทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน”

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2987994

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน “เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” ผนึก “ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ผู้นำด้านการจัดงานด้านโลจิสติกส์ใหญ่ที่สุดในโลก

มาเลเซียเผยยอดส่งออกเดือนมี.ค.ลดลง 0.5% เหตุยอดส่งออกสินค้าเกษตรร่วง

กระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ยอดส่งออกประจำเดือนมี.ค.อ่อนตัวลง 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 8.405 หมื่นล้านริงกิต (2.029 หมื่นล้านดอลลาร์)

ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า ยอดส่งออกสินค้าการเกษตรร่วงลง 10.4% ซึ่งเป็นผลมาจากยอดส่งออกน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์เกษตรจากน้ำมันปาล์มที่หดตัวลง ขณะเดียวกัน การส่งออกสินค้าในภาคเหมืองแร่ลดลง 7.4% เนื่องจากยอดส่งออกปิโตรเลียมลดลง

อย่างไรก็ตาม ยอดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นผลมาจากยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม อุปกรณ์เกี่ยวกับสายตาและวิทยาศาสตร์ เคมีภัณฑ์ และอาหารแปรรูป รวมถึงกระดาษ และเยื่อกระดาษ

ส่วนยอดการค้าของเดือนมี.ค. ลดลง 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 1.5373 แสนล้านริงกิต (3.711 หมื่นล้านดอลลาร์)
ขณะเดียวกัน ยอดนำเข้าลดลง 0.1% สู่ระดับ 6.968 หมื่นล้านริงกิต (ประมาณ 1.682 หมื่นล้านดอลลาร์) และดุลการค้าที่หดตัว 2.2% แตะที่ระดับ 1.437 หมื่นล้านริงกิต (3.47 พันล้านดอลลาร์)

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq28/2985840

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน มาเลเซียเผยยอดส่งออกเดือนมี.ค.ลดลง 0.5% เหตุยอดส่งออกสินค้าเกษตรร่วง

ทองปิดบวก $9.10 รับดอลล์อ่อนค่า แม้สหรัฐเผย GDP แข็งแกร่งเกินคาด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 เม.ย.) เนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าลง แม้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดในไตรมาสแรก

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 9.10 ดอลลาร์ หรือ 0.71% ปิดที่ 1,288.80 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. บวก 12.60 เซนต์ หรือ 0.85% ปิดที่ 15.005 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 13.90 ดอลลาร์ หรือ 1.56% ปิดที่ 903.60 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 40.30 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 1,447.20  ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาทองคำปิดบวกเมื่อคืนนี้ เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเป็นปัจจัยหนุนตลาด โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.19% สู่ระดับ 97.95 เมื่อคืนนี้

ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ เนื่องจากจะทำให้สัญญาทองคำมีราคาถูกลงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่นๆ
นอกจากนี้ ราคาทองยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลง แม้มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐก็ตาม
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2562 ที่ระดับ 3.2% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% และสูงกว่าระดับ 2.2% ในไตรมาส 4/2561

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq31/2983665

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน ทองปิดบวก $9.10 รับดอลล์อ่อนค่า แม้สหรัฐเผย GDP แข็งแกร่งเกินคาด

เปิดฉากประชุม รมต.เศรษฐกิจอาเซียน 10 ประเทศ

กระทรวงพาณิชย์จัดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ หรือเออีเอ็ม (AEM Retreat) ระหว่างวันที่ 22 – 23 เม.ย. นี้ที่โรงแรมอังสนา ลากูน่า ภูเก็ต ซึ่งการประชุมครั้งนี้ นับเป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีการค้าของอาเซียนครั้งแรกของปี 2562 ที่ไทยเป็นประธานอาเซียน

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนจะติดตามความคืบหน้าเรื่องที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนร่วมกับสมาชิกอาเซียนเพื่อเนินการให้สำเร็จในปีนี้ ภายใต้หัวข้อ“ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน” ประกอบด้วย 3 ด้าน 13 ประเด็น ได้แก่ 1.การเตรียมอาเซียนรับมืออนาคต เช่น การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านดิจิทัล การจัดทำแผนงานด้านนวัตกรรม การจัดทำแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับ 4IR การส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในผู้ประกอบการรายย่อย

2.ความเชื่อมโยง เช่น การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) ให้ครบทั้ง 10 ประเทศ การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร การผลักดันเงินสกุลท้องถิ่น การจัดทำแผนการท่องเที่ยว 3.การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ เช่น การส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืน การดำเนินความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาพลังงานชีวภาพของอาเซียน เป็นต้น ซึ่งประเด็นเหล่านี้จะเสนอให้ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนใ(เออีเอ็ม)ห้การรับรอง ก่อนที่จะเสนอให้ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนเห็นชอบ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในระหว่างการประชุม รัฐมนตรีเศรษฐกิจได้รับทราบความคืบหน้าการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรืออาร์เซพ(RCEP) ระหว่างอาเซียน 10 ประเทศ และ 6 คู่เจรจาคือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ในบางเรื่องที่ยังติดขัด ซึ่งอาร์เซพ ถือเป็นเป้าหมายหนึ่งใน 13 ประเด็นที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนต้องการให้เสร็จภายในปีนี้ โดยจะมีการพูดคุยการหารือในที่ประชุมเพื่อขจัดอุปสรรคที่เป็นปัญหา เพื่อให้สมาชิกอาเซียนสามารถมีข้อสรุปร่วมกันเพื่อไปพูดคุยกับประเทศคู่เจรจา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายประเทศไทยได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับอินโดนีเซียในฐานะประเทศผู้ประสานงาน เพื่อจัดตั้งการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่อาวุโสและรัฐมนตรีการค้าในปีเพื่อให้สามารถบรรลุข้อตกลงตามแผน

ที่มา bangkokbiznews.com/news/detail/833161

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน เปิดฉากประชุม รมต.เศรษฐกิจอาเซียน 10 ประเทศ

สิงห์เอสเตทร่วมกับเนอวานาไดอิเปิดตัว บันยันทรีเรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ

บริษัทสิงห์เอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือของสิงห์คอร์เปอเรชั่น อุตสาหกรรมยักษ์เครื่องดื่มของประเทศ ผู้สนับสนุนกีฬาเมืองไทยมาอย่างยาวนาน มากกว่าครึ่งศตวรรษของตระกูลภิรมย์ภักดี ผู้ที่มีส่วนในการพัฒนากีฬากอล์ฟอาชีพของไทยก้าวไปสู่ชาติชั้นนำกีฬากอล์ฟของโลกทั้งชายและหญิง ร่วมกับบริษัทเนอวานาไดอิ จำกัด (มหาชน) พัฒนาโครงการบันยันทรีเรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ โครงการคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ ลักชัวรี่ เป็นคอนโดมิเนียมไฮเอนด์ 45 ชั้น โครงการแรก ของเนอวานาตั้งอยู่บนที่ดินริมฝั่งธนบุรี เมืองเก่าของแม่น้ำเจ้าพระยา

ซึ่งเป็นที่ดินริมโค้งน้ำผืนสุดท้ายที่ผู้ถือครองจะสามารถจับจองได้ที่มีระยะห่างจากแม่น้ำใกล้ที่สุดเพียงแค่ 16 เมตร จากริมฝั่งเจ้าพระยา งบลงทุน 6,500 ล้านบาท ปัจจุบันมียอดจอง ร้อยละ 60 บันยันทรีเรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ ตั้งอยู่ใกล้ชุมชนวัฒนธรรมเก่าริมน้ำเจ้าพระยา ย่านถนนคลองสานและถนนสมเด็จเจ้าพระยา ซึ่งผู้อยู่อาศัยในโครงการสามารถใช้ชีวิตรูปแบบทันสมัยใกล้ศูนย์การค้าไอคอนสยามและ โรงพยาบาลตากสินสามารถไปช็อปปิ้ง หรือตรวจร่างกายรักษาสุขภาพได้สะดวกสุดๆ

หากล่องเรือจากโครงการสามารถแวะชมสถานที่สำคัญๆ และแหล่งท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงได้ เช่น วัดทองนพคุณ เป็นวัดที่สร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ต่อมาพระยา โชฏีกราชเศรษฐี หรือนายทองจีน ได้เป็นผู้บูรณะซ่อมแซมและถวายเป็นพระอารามหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดนี้มีความโดดเด่นในเรื่องของจิตรกรรม ฝาผนังในพระอุโบสถเดิมซึ่งเป็นเรื่องพระมหาเวสสันดรชาดก เขียนโดย พระครูกสินสังวร และยังคงความสมบูรณ์และสวยงามอย่างมาก และไม่ไกลจากวัดทองนพคุณ คือ วัดทองธรรมชาติวรวิหาร วัดจีจินเกาะ ศาลเจ้ากวนอู และล้ง 1919 คอมมูนิตี้มอลล์ ริมน้ำที่มีสถาปัตยกรรมแบบจีนของตระกูลหวั่งหลี

ล่องเรือต่อไปอีก 30 นาที สามารถแวะชมสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของวัดราชาธิวาสราชวรวิหาร เป็นวัดที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ทรงสถาปนาจาก “วัดสมอราย” ได้รับการปฏิสังขรณ์ต่อเนื่องตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-3 จนถึงรัชกาลที่ 4 ได้ทรงปฏิสังขรณ์ใหม่และพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดราชาธิวาสวิหาร” มีความหมายว่า “อันเป็นที่ประทับของพระราชา”

บันยันทรีเรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ เป็นมาสเตอร์พีช ของเนอวานา ที่ถูกพัฒนาเน้นเรื่องการออกแบบและนวัตกรรมการอยู่อาศัยเพื่อตอบความต้องการของผู้พักอาศัยมอบความเป็นส่วนตัวและไลฟ์สไตล์ระดับซูเปอร์ ลักชัวรี่ ให้ผู้อยู่อาศัยเข้าถึงการพักผ่อนอย่างแท้จริงในราคาหน่วยละ 25 ล้าน ไปจนถึง 60 ล้านบาท บันยันทรีเรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ เป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ ที่เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้อยู่อาศัยด้วยทำเลอันเงียบสงบฝั่งเมืองเก่า ใกล้กับศูนย์กลางการค้าและธุรกิจของกทม. ภายในตัวโครงการ มีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ทำให้การใช้ชีวิตของ ผู้อยู่อาศัยมีความเป็นส่วนตัว มีล็อบบี้ลิฟต์ส่วนตัว 6 ตัว เชื่อมต่อกับห้องพักของผู้อยู่อาศัย โดยตรง และในแต่ละชั้นจะมีห้องชุดเพียง 4 หน่วย

ตัวอาคารอยู่บนที่ดินริมโค้งน้ำผืนสุดท้ายซึ่งใกล้กับแม่น้ำเจ้าพระยามากด้วยระยะห่าง 16 เมตร และการออกแบบให้ห้องพักอาศัยทุกหน่วยสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำแบบพาโนรามิก ทั้งหมดผู้อยู่อาศัยจะเห็นทัศนียภาพของเมืองเก่ากทม. ที่สวยงามเป็นบริเวณที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวที่สำคัญมีทัศนียภาพที่ผู้บริโภคซื้อไป ในวันนี้จะสวยงามเช่นนี้ตลอดไป ไม่มีสิ่งก่อสร้างใดรอบข้าง องค์ประกอบภายในได้วางแผนและคัดสรรเริ่มตั้งแต่ ยกระดับการอยู่อาศัยเทียบเท่า คุณภาพระดับมาตรฐานโรงแรม บันยันทรี เต็มไปด้วยบริการและอำนวยความสะดวกเหมือนโรงแรม 5 ดาว เช่น ดอร์แมน บริการ concierge ห้องสปาระดับหรู ใช้บริการพนักงานนวดกายภาพจากโรงแรมบันยันทรี มาให้บริการที่คอนโดมิเนียม รวมถึงห้องอาหารส่วนตัวที่ผู้อาศัยสามารถสั่งอาหารสุดพิเศษที่มีความเป็นส่วนตัว ในรูปแบบโรงแรม มีเชฟมาทำอาหารให้รับประทานอาหารเฉพาะญาติมิตร

นายรณชัย ไตรยสุนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานพัฒนาโครงการแนวสูงเผยว่า บันยันทรีเรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ เป็นคอนโดมิเนียมซูเปอร์ ลักชัวรี่ เป็นการพัฒนา ที่อยู่อาศัยแนวสูงเป็นอสังหาริมทรัพย์ในระดับบน ที่ตอบสนอง ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาความเป็นส่วนตัว อาคารมีความสูง 45 ชั้น จำนวน 133 หน่วย ตั้งอยู่ในเนื้อที่กว่า 5 ไร่ แต่ละชั้นมีห้องพักอาศัยสูงสุด 4 หน่วย แบบห้องมีให้เลือก 5 แบบ คือ ตั้งแต่ 1 ห้องนอน ไปจนไปถึงเพ้นท์เฮ้าส์ 4 ห้องนอน มีที่จอดรถ 2 เท่า ของหน่วยทั้งหมด นอกจากนี้ ยังเดินทางได้สะดวกด้วยท่าเทียบเรือส่วนตัวของอาคารและ มีเรือบริการหมุนเวียนให้บริการโดยผู้อาศัยจองบริการของโครงการ ผ่านคอนซีก ทั้งบริการนวดสปาและบริการเช่าเรือล่องแม่น้ำ เจ้าพระยาของทรูลีสซิ่ง ที่นำเข้าเรือแฮคเกอร์คราฟต์ ซึ่งเป็นเรือคลาสสิก ผลิตโดยบริษัทแฮคเกอร์โบ๊ท จากสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ผู้อาศัยยังสามารถใช้บริการเช่ายานพาหนะ จาก บริษัท ทรูลีสซิ่ง จำกัด www.trueleasing.co.th ที่มี นายขจร เจียรวนนท์ เป็นกรรมการบริหาร มีบริการให้เช่าทั้งรถยนต์ขับเอง auto rental Self-drive services, รถมินิโค้ชและรถโค้ชโดยสารเป็นหมู่คณะ, เช่าเรือยนต์แฮคเกอร์คราฟท์โบ๊ท, ซันเซ็ทครูซ ลูกค้าทั้งไทยและต่างชาติ ดูรายละเอียดได้ที่ www.banyantreeresidencesriversidebangkok.com

บรรยายใต้ภาพ
รณชัย ไตรยสุนันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาโครงการแนวสูงของ บริษัท เนอวานา ไดอิ จำกัด (มหาชน) และ ขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสรฟุตบอลแบงค็อก ยูไนเต็ด และกรรมการบริหาร บริษัท ทรูลีสซิ่ง จำกัด

พระปรางค์ที่สวยงามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 สถาปนาเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา โดยวัดนี้ตั้งอยู่ใกล้โครงการ

ทัศนียภาพฝั่งตรงข้ามที่เป็นฝั่งพระนคร เป็นเมืองเก่าไชน่าทาวน์ของ กทม. ที่ตั้งของ ถนนทรงวาด ถนนเยาวราช และถนนราชวงศ์ มีภัตตาคารร้านอาหารจีนชั้นดีมากมาย ผู้พักอาศัยชาวต่างชาติโดยเฉพาะชาวจีน ไต้หวัน ฮ่องกง น่าจะชื่นชอบหากได้มาอยู่ที่นี่

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/nnd/2979094

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน สิงห์เอสเตทร่วมกับเนอวานาไดอิเปิดตัว บันยันทรีเรสซิเดนซ์ ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ

สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 8 เมษายน 2562

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (5 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มที่สหรัฐและจีนใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้า

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,424.99 จุด เพิ่มขึ้น 40.36 จุด หรือ +0.15% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,892.74 จุด เพิ่มขึ้น 13.35 จุด หรือ +0.46% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,938.69 จุด เพิ่มขึ้น 46.91 จุด หรือ +0.59%

— กระทรวงคลังญี่ปุ่นเปิดเผยรายงานเบื้องต้นว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนก.พ.อยู่ที่ 2.68 ล้านล้านเยน หรือ 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นสถิติที่อยู่ในแดนบวกอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 56

— นายแลร์รี่ คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาวเปิดเผยว่า สหรัฐและจีนใกล้จะบรรลุข้อตกลงการค้าแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะหารือกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้ผ่านทางการประชุมทางไกล ขณะที่สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การเจรจาที่กรุงวอชิงตันมีความคืบหน้า แม้ว่าจะยังมีประเด็นที่สำคัญๆ รอการสรุปอยู่ก็ตาม ทางด้านทำเนียบได้ออกแถลงการณ์เมื่อเย็นวันศุกร์ว่า ยังมีงานที่มีความสำคัญรออยู่ ทางรัฐมนตรีช่วยและตัวแทนจะหารือเพื่อหาคำตอบให้กับประเด็นที่ยังค้างคาอยู่นี้

— รัฐบาลลิเบียเผยเตรียมตอบโต้กองกำลังที่จงรักภักดีต่อพลเอกคาลีฟา ฮัฟตาร์ กองกำลังแห่งกองทัพแห่งชาติลิเบีย ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก ภายหลังจากที่มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 35 รายจากเหตุปะทะใกล้กับกรุงทริโปลี เมืองหลวงของลิเบียช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว โดยกองทัพของนายคาลีฟ ยังคงพยายามที่จะเข้ามายังกรุงทริโปลีเมื่อวานนี้

— ผู้นำประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) จะประชุมร่วมกันในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับอังกฤษ ภายหลังจากที่การถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ยังไม่ได้ข้อสรุป

— ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศจัดการประชุมประจำฤดูใบไม้ผลิขึ้น ท่ามกลางการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่มั่นคง
— จีนได้เพิ่มสำรองทองคำอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน โดยธนาคารกลางจีนได้เพิ่มสำรองทองคำในเดือนมีนาคมเป็น 60.62 ล้านออนซ์ จากระดับ 60.26 ล้านออนซ์ในเดือนก.พ. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า จีนซึ่งเป็นประเทศที่ผลิตและใช้ทองคำจำนวนมากได้กลับมาเพิ่มสำรองทองคำอย่างต่อเนื่อง

— ขณะที่นายปราโบโว สุเบียนโต ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ได้หาเสียงเมื่อวานนี้โดยเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลง และวิจารณ์ในประเด็นประสิทธิภาพการทำงานทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของนายโจโค วิโดโด ก่อนที่การเลือกตั้งจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq29/2976875

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน สรุปประเด็นน่าติดตามประจำวันที่ 8 เมษายน 2562

นักวิเคราะห์คาดศุกร์นี้สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่ม 175,000 ตำแหน่ง หลังวูบหนักในก.พ.

ผลการสำรวจนักวิเคราะห์ระบุว่า ในวันศุกร์นี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 175,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานจะทรงตัวที่ระดับ 3.8%

เมื่อเดือนที่แล้ว กระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 20,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2560 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 180,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานร่วงลงสู่ระดับ 3.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงสู่ระดับ 3.9%

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq29/2975458

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน นักวิเคราะห์คาดศุกร์นี้สหรัฐเผยจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่ม 175,000 ตำแหน่ง หลังวูบหนักในก.พ.

จีนเผยธุรกิจขนส่งด่วนในเดือนก.พ.ขยายตัว 38.7% เมื่อเทียบรายปี

คณะกรรมการเพื่อการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) เปิดเผยว่า ธุรกิจส่งด่วน (express delivery) ของจีนขยายตัวอย่างรวดเร็วในเดือนก.พ. โดยเพิ่มขึ้นเป็นอัตราเลขสองหลักทั้งในด้านรายได้และปริมาณธุรกิจ

NDRC เปิดเผยว่า บริษัทขนส่งได้ทำการจัดส่งพัสดุ 2.76 พันล้านชิ้นในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 38.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี
ส่วนรายได้รวมของธุรกิจอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 5.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับปีก่อน

สำหรับช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ รายได้รวมของธุรกิจเพิ่มขึ้น 20.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ 9.47 หมื่นล้านหยวน ขณะที่จำนวนพัสดุที่ขนส่งเพิ่มขึ้น 21.9% สู่ 7.3 พันล้านชิ้น

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การขยายตัวของระบบอีคอมเมิร์ซในจีนเป็นแรงหนุนอุตสาหกรรมขนส่งด่วน ขณะที่ยอดขายออนไลน์ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วง 2 เดือนแรก เพิ่มขึ้น 13.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่ยอดขายผ่านช่องทางปกติ (physical sales) เพิ่มขึ้น 19.5%

ที่มา www.ryt9.com/s/iq29/2973743

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน จีนเผยธุรกิจขนส่งด่วนในเดือนก.พ.ขยายตัว 38.7% เมื่อเทียบรายปี