ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ รับรางวัล“องค์กรต้นแบบการทำความดีเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี 2018”

มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับรางวัลองค์กรต้นแบบการทำความดีเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 ในงานประกาศรางวัล daradaily Awards ครั้งที่ 8 จากโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” นับเป็นรางวัลที่ 14 ของอีซูซุในปีนี้ และเป็นรางวัลที่ 10 สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” นับตั้งแต่เริ่มต้นความร่วมมือกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดให้แก่โรงเรียนที่ประสบปัญหาในจังหวัดต่างๆทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียน ครูอาจารย์ และชุมชนใกล้เคียงให้ดีขึ้นเป็นต้นมา อันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของโครงการ ที่ทำให้อีซูซุเป็นองค์กรธุรกิจเดียวที่ได้รับเลือกให้รับรางวัลเกียรติยศในงานประกาศรางวัลครั้งนี้ ณ โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/3002854

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ รับรางวัล“องค์กรต้นแบบการทำความดีเพื่อสังคมยอดเยี่ยมแห่งปี 2018”

“BEAUTRIUM” ผนึกกำลัง “The 1” ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

คุณจิรวุฒิ โรจน์รัตนวลี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด บิวตี้มัลติแบรนด์สโตร์ชั้นแนวหน้าของไทย และคุณระวี พัวพรพงษ์ – Head of The 1 Business บริษัท เดอะวันเซ็นทรัล จำกัด แถลงข่าวผนึกกำลัง ยกระดับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้ขีดจำกัด ขนโปรโมชั่นเด็ดเพื่อตอบโจทย์นักช้อปให้คุ้มค่ากว่าที่เคยและเป็นการขยายฐานลูกค้าทั้งสองฝ่าย โดยมีคุณอติโรจน์ โรจน์รัตนวลี กรรมการบริหาร บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด และคุณกมล ธนนิธาพร Head of Strategic Partnership บริษัท เดอะวัน เซ็นทรัล จำกัด ร่วมงาน ณ BEAUTRIUM Flagship Store สยามสแควร์ เมื่อเร็วๆ นี้

ที่ : https://www.ryt9.com/s/prg/2999861

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “BEAUTRIUM” ผนึกกำลัง “The 1” ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ช้อปปิ้งเพลินกับแคมเปญครั้งยิ่งใหญ่ต้อนรับเทศกาลกลางปี

ช้อปปี้ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เปิดตัวเทศกาล ช้อปปิ้งออนไลน์สุดยิ่งใหญ่ต้อนรับช่วงกลางปีด้วยแคมเปญ “Shopee Free Shipping Month” ซุปตาร์พาช้อป ดีลฮ็อตกลางปี แคมเปญที่จะส่งมอบความสุขให้เหล่านักช้อปได้เพลิดเพลินไปกับสินค้าส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลช้อปปิ้งในช่วงกลางปีที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 – 30 มิถุนายน 2562 ให้นัก ช้อปได้พบกับ ดีลสินค้าสุดโดน โปรโมชั่นสุดปัง อาทิ โปรโมชั่นเครดิตเงินคืน 100% และกิจกรรมบาทเดียว ช้อปเพลิน

อากาธา โซห์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “ช้อปปี้เห็นถึงการเติบโตในช่วงครึ่งปีแรก และเรายังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการขอบคุณผู้ใช้ชาวไทยทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและให้การสนับสนุนช้อปปี้อย่างดีเสมอมา ช้อปปี้ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวสุดยอดแคมเปญ “Shopee Free Shipping Month” ซุปตาร์พาช้อป ดีลฮ็อตกลางปี ที่มาพร้อมโปรโมชั่นดีๆตลอดทั้งเดือนมิถุนายน จากนี้ไปช้อปปี้จะยังคงเดินหน้ามอบดีลสุดพิเศษเหล่านี้ให้ผู้บริโภค เพื่อยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีที่สุดให้แก่นักช้อปชาวไทยทุกคน”

ตลอดช่วงแคมเปญให้ นักช้อปสามารถเตรียมพบกับโปรโมชั่นสุดโดนจากแบรนด์ชั้นนำครอบคลุมทุกหมวดหมู่ อาทิ L’Oreal, P&G, Tefal, Babylove, Kuron, Nokia และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย ยกระดับความพิเศษเอาใจนักช้อปไปกับ Shopee Celebrity Club (SCC) ให้นักช้อปสามารถเข้าถึงหลากหลายคอลเล็กชั่นสินค้าของเซเลบริตี้คนโปรด ตั้งแต่วันที่ 6- 27 มิถุนายน 62

เพื่อส่งประสบการณ์การช้อปปิ้งออนไลน์แบบจุใจให้กับผู้ใช้งาน “‘ช้อปปี้” ยังเตรียมกิจกรรมสนุก ๆ จากเกมยอดฮิตบนช้อปปี้ อย่าง Shopee Quiz เกมตอบคำถามสุดสนุกที่ทุกคนรอคอย Shopee Shake Shake และเกมใหม่ล่าสุดบนช้อปปี้ อย่าง บาทเดียวช้อปเพลิน เกมที่นักช้อปสามารถร่วมลุ้นเพื่อซื้อสินค้าในราคาเพียง 1 บาท

นอกเหนือจากการตอบแทนผู้ใช้งานของเราในแคมเปญ “Shopee Free Shipping Month” ช้อปปี้ชวนผู้ใช้ร่วมกิจกรรมตอบแทนสังคมกับกิจกรรม Star Charity ที่เชิญชวนเหล่าดารา เซเลบริตี้ และนักช้อปร่วมเป็นส่วนหนึ่งของก้าวที่สำคัญในการสมทบทุนบริจาคเงินให้แก่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ พร้อมกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

Shopee Live Streaming รายการไลฟ์สตรีมจากช้อปปี้ที่จะชวนเหล่าเซเลบริตี้ชื่อดังกว่า 20 ท่าน อาทิ กาละแมร์ -พัชรศรี, เกรท วรินทร, กิก ดนัย และอีกมากมาย มาร่วมรายการ Shopee Live Streaming โดยเหล่าเซเลบริตี้จะมาร่วมแข่งขันรับประทานไอศกรีมให้ได้มากที่สุดภายในเวลา 1 นาที โดยไอศกรีม ทุกๆ 1 ชิ้น ช้อปปี้จะบริจาคให้มูลนิธิ 3,000 บาท

– SCC Official Stores: นักช้อปสามารถเพลิดเพลินกับสินค้าจาก Official Shop ใน Shopee Celebrity Club ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสมทบทุนในการบริจาค

– Daily Check-in: ให้นักช้อปร่วม Check-in เพื่อแปลงช้อปปี้คอยน์มาเป็นเงินสมทบทุนบริจาค
– Shopee Quiz: เพียง Capture รูปภาพจาก Shopee Quiz พร้อมแชร์รูปบนโซเชียลมีเดียของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นช่องทาง Facebook, Instagram หรือ Twitter พร้อมติดแฮชแท็ก #ShopeeQuizSeason3 โดยช้อปปี้ขอมอบเงินบริจาคสมทบทุนเพิ่ม 5 บาทในทุกๆ 1 การแชร์

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2998336

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , , | ปิดความเห็น บน ช้อปปิ้งเพลินกับแคมเปญครั้งยิ่งใหญ่ต้อนรับเทศกาลกลางปี

ทองปิดบวก $6.1 เหตุวิตกข้อพิพาทการค้าหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลที่ว่า ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 6.1 ดอลลาร์ หรือ 0.47% ปิดที่ 1,292.4  ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 8 เซนต์ หรือ 0.56% ปิดที่ 14.491 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 2.4 ดอลลาร์ หรือ 0.3% ปิดที่ 794.1 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. พุ่งขึ้น 21.80 ดอลลาร์ หรือ 1.6% ปิดที่ 1365.70 ดอลลาร์/ออนซ์
นักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยรายงานล่าสุดระบุว่า จีนได้ระงับการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐแล้ว และไม่มีแผนที่จะซื้อถั่วเหลืองล็อตใหม่ ท่ามกลางความขัดแย้งทางการค้าที่รุนแรงขึ้น

ทางด้านนายจาง หานฮุย รมช.ต่างประเทศจีนกล่าวว่า การที่สหรัฐกระทำการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้งทางการค้านั้น เปรียบเสมือนการก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นการบ่อนทำลาย และข่มเหงรังแกทางเศรษฐกิจ พร้อมกับกล่าวว่า จีนต่อต้านการทำสงครามการค้า แต่ก็ไม่กลัวการทำสงครามการค้า

นอกจากนี้ สัญญาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์  ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.01% แตะที่ 98.12 เมื่อคืนนี้

ทั้งนี้ ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ เนื่องจากจะทำให้สัญญาทองคำซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาถูกลงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่นๆ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq31/2996972

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ทองปิดบวก $6.1 เหตุวิตกข้อพิพาทการค้าหนุนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย

เอสซีจี เปิดตัว “ต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อแห่งแรกในไทย”

ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เปิดตัว “ต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อแห่งแรกในประเทศไทย” หรือ SCG Reinvented Toilet ห้องน้ำพร้อมระบบบำบัดกากของเสียที่สามารถฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียแบบครบวงจร สามารถแยกน้ำและกากของเสียออกจากกันได้ 100% โดยไม่มีของเสียที่ปนเปื้อนออกสู่ระบบระบายน้ำ และแม่น้ำลำคลอง จึงช่วยลดโอกาสการเกิดโรคติดต่อ สามารถหมุนเวียนน้ำที่ใช้ในระบบกลับมาใช้ได้อีก และยังนำกากของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ในลักษณะสารปรับปรุงดิน ซึ่งต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย หรือ เอไอที เพื่อสร้างสุขอนามัยขั้นพื้นฐานที่ดีขึ้นให้กับชุมชนและเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยและพัฒนาในช่วงต้นจากมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ ล่าสุดได้นำร่องติดตั้งเป็นห้องน้ำสาธารณะที่ชุมชนคลองพลับพลา พระราม 9

นายชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี เปิดเผยว่า ต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อแห่งแรกในประเทศไทย หรือ SCG Reinvented Toilet เป็นความร่วมมือระหว่างธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย (เอไอที) ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมเพื่อสังคมที่เอสซีจีได้พัฒนาและต่อยอดจนเกิดเป็น “ต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อแห่งแรกในประเทศไทย” ถือเป็นโซลูชั่นที่ดีในการยกระดับสุขอนามัยที่ยั่งยืนเพื่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชุมชนที่ห่างไกล และในพื้นที่สาธารณะที่ประสบปัญหาด้านสุขอนามัยจากการ ขาดแคลนห้องน้ำและระบบบำบัดที่เหมาะสม จุดเด่นอยู่ที่ระบบบำบัดกากของเสียที่สามารถฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียแบบครบวงจร แยกน้ำและกากของเสียออกจากกันได้ 100% โดยไม่ปล่อยของเสียออกสู่ระบบระบายน้ำ และแม่น้ำลำคลอง จึงช่วยลดโอกาสการเกิดโรคติดต่อ สามารถหมุนเวียนน้ำที่ใช้ในระบบกลับมาใช้ได้อีก และยังนำกากของเสียกลับมาใช้ประโยชน์ในการเกษตรได้ นอกจากนี้ เอสซีจียังได้นำ Bio Scrubber Technology นวัตกรรมกำจัดกลิ่นและสารระเหยอินทรีย์ (VOCs) ด้วยจุลินทรีย์ธรรมชาติมาใช้ควบคู่ไปกับระบบบำบัดฯ จึงมั่นใจว่าระบบสุขาปลอดเชื้อจะไม่ส่งกลิ่นรบกวนและยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ เอสซีจี ได้นำร่องติดตั้ง “ต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อแห่งแรกในประเทศไทย” ที่ชุมชนคลองพลับพลา พระราม 9 ในบริเวณพื้นที่สาธารณะของชุมชน ซึ่งขาดแคลนระบบสาธารณูปโภคห้องน้ำส่วนกลาง โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดกับคลองพลับพลาซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขับถ่ายของเสียลงในลำคลอง จึงเป็นการแก้ไขปัญหาสุขอนามัยที่ต้นทาง

Dr. Doulaye Kone (ดูลาย โคเน่), Deputy Director – Water, Sanitation & Hygiene at the Bill & Melinda Gates Foundation กล่าวว่า ต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อที่ไม่ต้องอาศัยระบบไฟฟ้านี้ มีศักยภาพในการปฏิวัติระบบสุขาภิบาลให้แก่ผู้คนและเมืองต่าง ๆ ให้มีความยืดหยุ่น ปลอดภัย และสะดวกกว่าเดิม ระบบสุขานี้จะช่วยนำประชากรราว 4,500 ล้านคนทั่วโลกที่ยังขาดแคลนระบบสุขาภิบาลที่สะอาดปลอดภัยในปัจจุบันให้รุดหน้าจากเดิมไปหลายสิบปีและพร้อมก้าวสู่อนาคต นำมาซึ่งการเกิดระบบสุขาภิบาลที่สะอาดปลอดภัยและสร้างมาตรฐานใหม่สำหรับศตวรรษที่ 21 เราหวังว่าเอสซีจีจะนำนวัตกรรมนี้ไปสู่เครือข่ายและพันธมิตร เพื่อให้เกิดการนำไปใช้จริงอย่างแพร่หลายในชุมชนต่าง ๆ ทั่วโลก

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหามลพิษทางน้ำเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่ง ประเทศไทยมีน้ำเสียที่เกิดจากชุมชนเฉลี่ยประมาณวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถูกรวบรวมไปบำบัดยังระบบบำบัดน้ำเสียรวมเพียง 20% เทียบเป็น 1 ใน 5 เท่านั้น ทำให้ของเสียจากอาคารบ้านเรือนริมแม่น้ำทั่วไปยังคงระบายลงสู่แม่น้ำลำคลอง ซึ่งมีการบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นด้วยระบบบำบัดน้ำเสียแบบติดกับที่ หรือ Onsite treatment system อย่างไรก็ดี ปัจจุบันภาครัฐได้จัดทำร่างมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูปจากอาคารบ้านอยู่อาศัยแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อแห่งแรกในประเทศไทยจากเอสซีจี ที่เป็นนวัตกรรมโดยตอบโจทย์ทั้งเรื่องสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม หากสามารถขยายผลไปยังชุมชนอื่น ๆ รวมถึงห้องน้ำสาธารณะในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น อุทยานแห่งชาติในประเทศไทย เชื่อมั่นว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนได้

ดร. สุรชา อุดมศักดิ์ Chief Technology Officer ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมวิจัยและพัฒนาได้ออกแบบรูปทรงและองศาของระบบสุขาปลอดเชื้อให้เหมาะกับการไหลทำให้เกิดความเร็วที่เหมาะสมในการหมุนเหวี่ยงของน้ำ และเกิดประสิทธิภาพในการแยกน้ำเสียและกากของเสียจากกัน ของเหลวจะถูกบำบัดด้วยกระบวนการทางชีวภาพ ผ่านตัวกรองต่าง ๆ มีการเติมอากาศและระบบหมุนเวียนน้ำในระบบบำบัดของเสีย ตลอดจนผ่านการฆ่าเชื้อโรคด้วยกระบวนการไฟฟ้าเคมี (Electro-Chemical) ซึ่งน้ำที่ผ่านการบำบัดสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ สำหรับกากของเสียจะถูกบำบัดและฆ่าเชื้อโรคด้วยการใช้ความร้อนสูงถึง 100-120 องศาเซลเซียส และกลายเป็นสารปรับปรุงดินเพื่อใช้งานต่อไป

นอกจากนี้ ในส่วนของห้องน้ำที่ผลิตจากวัสดุพอลิเมอร์ เอสซีจีได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ธรรมสรณ์ จำกัด พันธมิตรคู่ค้าผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปพลาสติก ในการออกแบบให้ติดตั้งได้ง่าย ขนย้ายสะดวก ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษ จึงสามารถติดตั้งได้ภายใน 30 นาที โดยออกแบบหลังคาให้รองรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์แบบหมุนรับแสงได้รอบทิศทาง

นางสาวปิยาพัชร สุขสงวน รองประธานชุมชนคลองพลับพลา กล่าวว่า รู้สึกยินดีมากที่ชุมชนคลองพลับพลาได้เป็นโครงการนำร่องติดตั้งต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อแห่งแรกในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ชาวบ้านขับถ่ายตามลำคลอง ไม่มีการรักษาสุขอนามัยของตัวเองเท่าที่ควร หลังจากที่เอสซีจีได้ติดตั้งห้องน้ำพร้อมระบบสุขาปลอดเชื้อในพื้นที่สาธารณะของชุมชนซึ่งอยู่ใกล้คลองพลับพลา ทำให้คนในชุมชนมีห้องน้ำใช้ที่ถูกสุขลักษณะ ช่วยยกระดับสุขอนามัยของชุมชนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ชุมชมยังได้นำน้ำที่ผ่านการบำบัดกลับมาหมุนเวียนใช้รดน้ำต้นไม้ และแปลงเกษตรชุมชน ทำให้พืชผักมีสีเขียวสวยและออกดอกออกผลดีขึ้น ซึ่งส่วนที่เหลือจากการบริโภคภายในครอบครัว สามารถนำไปขายสร้างรายได้และนำมาบำรุงรักษาห้องน้ำต่อไป

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2993920





Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เอสซีจี เปิดตัว “ต้นแบบระบบสุขาปลอดเชื้อแห่งแรกในไทย”

แรงมาก็แรงกลับ ชาวจีนตอบโต้สหรัฐเริ่มแบนสินค้าจากสหรัฐแล้วเป้าหมายแรกคือ Apple

เรียกว่าสงครามการค้าในครั้งนี้ของสหรัฐดูเหมือนว่าจะไม่ได้ส่งผลดีในระยะเวลาอันสั้นเร็วๆ นี้แน่นอนเพราะว่าหลังจากที่สหรัฐนั้นได้ทำการเพิ่มกำแพงภาษีและการห้ามไม่ให้บริษัทในสหรัฐใช้ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์สื่อสารจากบริษัทที่รัฐบาลได้ทำการห้ามไว้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Huawei ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เครือข่ายรายใหญ่ของประเทศจีนนั่นเอง 
ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นทำให้ชาวจีนนั้นเริ่มมีมราตรการการแบนสินค้าจากผู้ผลิตฝั่งสหรัฐโดยเป้าหมายแรกนั่นก็คือ Apple นั่นเองโดย โดยเริ่มจากการที่มีการตั้งคำถามว่า”ทำไมเราจำเป็นที่จะต้องใช้ iPhone กันอีกเพราะว่าเรามี Huawei ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับ iPhone และอาจจะดีกว่าเสียด้วย” ซึ่งคำถามเหล่านี้ทำให้ชาวจีนนั้นเริ่มมีการเคลื่อนไหวแบนสินค้า Apple กันบ้างแล้ว โดยมีผู้ใช้รายหนึ่งใน Weibo ได้ออกมาประกาศว่าเขานั้นจะเปลี่ยนไปใช้ Huawei ทันทีที่พร้อมและจะไม่ใช้ iPhone อีกต่อไปเพราะว่าเขานั้นต้องรู้สึกผิดที่เขาใช้ iPhone ในช่วงระหว่างที่เกิด Trade War นี้ 
สำหรับครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ประเทศจีนเริ่มมีการเชิญชวนให้ทำการแบนสินค้าจากสหรัฐอย่าง Apple โดยครั้งก่อนเมื่อประมาณเดือนธันวาคมปีที่แล้วบริษัทยักษ์ใหญ่หลายๆ แห่งนั้นไม่อนุญาตให้พนักงานของตัวเองนั้นใช้ผลิตภัณฑ์จาก Apple ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Huawei นั่นเอง ก็คงต้องรอจับตาดูกันว่า Trade War ครั้งนี้จะจบอย่างไรซึ่งตอนนี้สิ่งที่แน่นอนแล้วว่าในระยะสั้นๆ นี้ผู้ที่จะเสียหายมากที่สุดคือประชาชนของสองประเทศทั้งจีนและสหรัฐนั่นเอง 

ที่มา:https://9to5mac.com/2019/05/18/boycott-apple-china-movement/ 

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน แรงมาก็แรงกลับ ชาวจีนตอบโต้สหรัฐเริ่มแบนสินค้าจากสหรัฐแล้วเป้าหมายแรกคือ Apple

อมตะ-สมาคมฯซอฟแวร์ไทยร่วมพัฒนาสังคมดิจิทัล

นางสาวลีน่า อึ้ง (Ms. Lena Ng) ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) และนายทินกร เหล่าเราวิโรจน์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย หรือ ATSI ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษามองหาแนวโน้มความเป็นไปได้ในธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนดิจิทัลไทยแลนด์ สมาร์ทซิตี้ สังคมดิจิทัล สร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมซอฟแวร์ไทย พร้อมขยายสู่ตลาดต่างประเทศ อาทิ เมียนมาร์ เวียดนาม และลาวต่อไป ณ อาคารกรมดิษฐ์ กรุงเทพฯ

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2991492

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน อมตะ-สมาคมฯซอฟแวร์ไทยร่วมพัฒนาสังคมดิจิทัล

“เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” ผนึก “ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ผู้นำด้านการจัดงานด้านโลจิสติกส์ใหญ่ที่สุดในโลก

“เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดแสดงสินค้าของไทย และเป็นผู้จัดงาน Intelligent Warehouse  งานแสดงเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์ คลังสินค้า และระบบจัดการ ซึ่งจัดทุก 2 ปี พร้อมผนึกกำลัง “ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ผู้จัดงาน LogiMAT งานด้านอินทราโลจิสติกส์ระดับโลกจากประเทศเยอรมัน ร่วมกันจัดงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” เพื่อขยายงานแสดงสินค้าด้านโลจิสติกส์ของไทยให้เป็นงานระดับโลก โดยดึงผู้เข้าร่วมงานจากระดับนานาชาติ ตั้งเป้าให้งานเป็นศูนย์กลางของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

นายภูษิต ศศิธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด ผู้นำตลาดด้านจัดงานแสดงนิทรรศการ และการประชุมระดับนานาชาติของไทย เปิดเผยว่า จากการที่บริษัทฯ ได้ร่วมกับ ชมรมเทคโนโลยีคลังสินค้า และระบบจัดการ ได้จัดงาน Intelligent Warehouse ในทุก 2 ปี ซึ่งเป็นงานนิทรรศการแห่งนวัตกรรมระบบคลังสินค้า และการจัดการคลังสินค้าในอนาคต ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ และที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั่วโลกกว่า 50 ราย มาตั้งแต่ ปี 2558, 2560 และในปีนี้กำลังจะจัดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3 ในวันที่ 24-27 กรกฏาคม 2562 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 5 เมืองทองธานี

และเพื่อเพิ่มศักยภาพ และความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าทางด้านโลจิสติกส์ บริษัทฯ ได้ร่วมกับ”ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ผู้จัดงาน LOGIMAT งานด้านอินทราโลจิสติกส์ระดับโลกจากประเทศเยอรมัน ร่วมกันจัดงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” โดยจะใช้ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายระดับนานาชาติเพื่อเพิ่มศักยภาพ และความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้าได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้เข้าแสดงสินค้า และผู้เข้าชมงาน ที่ต้องการผู้บริหารอย่างมืออาชีพเป็นที่ยอมรับของตลาดในระดับโลก ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าให้งาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” เป็นงานนิทรรศการทางด้านอินทราโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โดย “ยูโร เอ็กซ์โป” เป็นบริษัทจัดงาน LogiMAT – งานแสดงสินค้าระหว่างประเทศสำหรับการแก้ไขปัญหากระบวนการโลจิสติกส์ภายในโรงงาน (Intralogistics) และระบบการจัดการ (Process Management) ซึ่งงาน LogiMAT จัดขึ้นตั้งปี 2003 ที่เมืองสตุ๊กการ์ด ประเทศเยอรมัน และมีประสบการณ์การจัดงานมากว่า 16 ปี ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ คาดว่าจะเปิดโอกาสให้บริษัทจากต่างชาติเข้ามาเปิดตลาดในไทย สร้างเครือข่ายจากวงการโลจิสติกส์จากทั่วโลก และส่งเสริมการลงทุนในประเทศกลุ่มอาเซียนมากยิ่งขึ้น

สำหรับ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” เป็นศูนย์แสดงนิทรรศการในเมืองสตุ๊ตการ์ท ประเทศเยอรมนี และเป็นศูนย์แสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับเก้าในประเทศเยอรมนี และการผนึกกำลังในครั้งนี้ ทาง “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ร่วมกับ “ยูโร เอ็กซ์โป” ในการจับมือกับบริษัท บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด เพื่อจัดงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” ซึ่งงานจะจัดขึ้นในปี 2563

นายภูษิต ศศิธรานนท์ กล่าวต่อไปอีกว่า จากความร่วมมือทางธุรกิจในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเชื่อมโยงทางด้านเทคโนโลยีการเพิ่มศักยภาพและสร้างเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น รวมถึงแนะนำให้คนต่างชาติเดินทางเข้ามาร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทย ถือเป็นการสร้างรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการผลักดันธุรกิจการแสดงสินค้าของไทยให้มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น

โดยงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” จะประกอบไปด้วยผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น Warehousing, Intra-logistic, Supply Chain, Material Handling Storage, Cold Chain โดยผู้เข้าร่วมงานคือกลุ่มผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจทางด้าน Retail , Process Manufacturing , Logistics/Freight , Government /Regular รวมไปถึงกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์

“บริษัทฯ ตั้งเป้าในการจัดงานด้วยพื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. และมีจำนวนบริษัทด้านโลจิสติกส์ และคลังสินค้าที่มีนวัตกรรมจากทุกมุมโลก และคาดว่าจะสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางและเป็นผู้นำตลาดทางด้านโลจิสติกส์ของตลาดเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2563” นายภูษิต กล่าวสรุปในตอนท้าย

นายสราวุธ เล้าประเสริฐ ในฐานะผู้ก่อตั้งสมาคมอินทราโลจิสติกส์ไทย กล่าวแสดงความยินดีกับการร่วมมือของทาง “เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” , “ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ในครั้งนี้ ” ทางเราได้ให้ร่วมมือกับทาง “เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” ในการจัดงาน Intelligent Warehouse ในฐานะชมรมเทคโนโลยีคลังสินค้าและระบบจัดการ มาตั้งแต่ครั้งแรกในปี 2015 และทางชมรมกำลังจะก่อตั้งสมาคมอินทราโลจิสติกส์ไทยภายในปีนี้ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนงาน “LogiMAT-Intelligent Warehouse” ต่อไปในฐานะสมาคม ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคมและความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่จะส่งผลให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางโลจิสติกส์ของอาเซียนและเป็นจุดหมายในการลงทุนของนักลงทุนนานาชาติต่อไป

นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ขอแสดงความยินดีกับการร่วมมือของ “เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” , “ยูโร เอ็กซ์โป และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” เพื่อจัดงานแสดงสินค้าตัวใหม่ “LogiMAT Intelligent Warehouse” ในเดือนพฤษภาคมปี 2563 สะท้อนให้เห็นความเชื่อมั่นในประเทศไทยของผู้จัดงานงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์ชั้นนำของโลกจากเยอรมนี และบ่งชี้ให้เห็นความมุ่งมั่นของผู้จัดงานชาวไทยในการยกระดับสู่ตลาดโลก ทีเส็บมีความภูมิใจที่ได้มีโอกาสสวมบทบาทเป็นผู้ร่วมผลักดันการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างประเทศในครั้งนี้ และเชื่อมั่นว่างาน LogiMAT Intelligent Warehouse จะเป็นเวทีช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมหลักของนโยบาย 4.0 ให้ก้าวไกลไต่ระดับความสำเร็จบนพื้นฐานของความยั่งยืนต่อไปและทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน”

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/prg/2987994

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน “เอ็กซ์โปลิงค์ฯ” ผนึก “ยูโร เอ็กซ์โป” และ “เมสเซ่ สตุ๊ตการ์ท” ผู้นำด้านการจัดงานด้านโลจิสติกส์ใหญ่ที่สุดในโลก

มาเลเซียเผยยอดส่งออกเดือนมี.ค.ลดลง 0.5% เหตุยอดส่งออกสินค้าเกษตรร่วง

กระทรวงการค้าระหว่างประเทศและอุตสาหกรรมของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ยอดส่งออกประจำเดือนมี.ค.อ่อนตัวลง 0.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 8.405 หมื่นล้านริงกิต (2.029 หมื่นล้านดอลลาร์)

ข้อมูลดังกล่าวระบุว่า ยอดส่งออกสินค้าการเกษตรร่วงลง 10.4% ซึ่งเป็นผลมาจากยอดส่งออกน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์เกษตรจากน้ำมันปาล์มที่หดตัวลง ขณะเดียวกัน การส่งออกสินค้าในภาคเหมืองแร่ลดลง 7.4% เนื่องจากยอดส่งออกปิโตรเลียมลดลง

อย่างไรก็ตาม ยอดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นผลมาจากยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม อุปกรณ์เกี่ยวกับสายตาและวิทยาศาสตร์ เคมีภัณฑ์ และอาหารแปรรูป รวมถึงกระดาษ และเยื่อกระดาษ

ส่วนยอดการค้าของเดือนมี.ค. ลดลง 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 1.5373 แสนล้านริงกิต (3.711 หมื่นล้านดอลลาร์)
ขณะเดียวกัน ยอดนำเข้าลดลง 0.1% สู่ระดับ 6.968 หมื่นล้านริงกิต (ประมาณ 1.682 หมื่นล้านดอลลาร์) และดุลการค้าที่หดตัว 2.2% แตะที่ระดับ 1.437 หมื่นล้านริงกิต (3.47 พันล้านดอลลาร์)

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq28/2985840

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน มาเลเซียเผยยอดส่งออกเดือนมี.ค.ลดลง 0.5% เหตุยอดส่งออกสินค้าเกษตรร่วง

ทองปิดบวก $9.10 รับดอลล์อ่อนค่า แม้สหรัฐเผย GDP แข็งแกร่งเกินคาด

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (26 เม.ย.) เนื่องจากดอลลาร์อ่อนค่าลง แม้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเกินคาดในไตรมาสแรก

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 9.10 ดอลลาร์ หรือ 0.71% ปิดที่ 1,288.80 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนพ.ค. บวก 12.60 เซนต์ หรือ 0.85% ปิดที่ 15.005 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนก.ค. เพิ่มขึ้น 13.90 ดอลลาร์ หรือ 1.56% ปิดที่ 903.60 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย. พุ่งขึ้น 40.30 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ปิดที่ 1,447.20  ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาทองคำปิดบวกเมื่อคืนนี้ เนื่องจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเป็นปัจจัยหนุนตลาด โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.19% สู่ระดับ 97.95 เมื่อคืนนี้

ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว ดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจะเป็นปัจจัยหนุนตลาดทองคำ เนื่องจากจะทำให้สัญญาทองคำมีราคาถูกลงขึ้นสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่นๆ
นอกจากนี้ ราคาทองยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐลดลง แม้มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐก็ตาม
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2562 ที่ระดับ 3.2% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.5% และสูงกว่าระดับ 2.2% ในไตรมาส 4/2561

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq31/2983665

Related links

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน ทองปิดบวก $9.10 รับดอลล์อ่อนค่า แม้สหรัฐเผย GDP แข็งแกร่งเกินคาด