สรรพากร เตือนใกล้สิ้นสุดเวลายื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 61

กรมสรรพากร แจ้งให้ผู้มีเงินได้รีบยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ประจำปีภาษี 2561 ซึ่งใกล้สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นแบบฯ แล้ว

นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า “ขณะนี้ใกล้สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ประจำปีภาษี 2561 จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสียภาษีรีบดำเนินการยื่นแบบฯ ผ่านช่องทางภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้

1. กรณียื่นแบบฯ ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่งทั่วประเทศ ต้องยื่นภายในวันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2562
2. กรณียื่นแบบฯ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือยื่นแบบฯ ด้วย Application RD Smart Tax สามารถใช้บริการได้ถึงวันจันทร์ที่ 9 เมษายน 2562

ที่มา bangkokbiznews.com

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

ข้อมูลราคาข้าวเปลือกรายวัน ณ ตลาดกลางและตลาดสำคัญ

> ข้าวเปลือกเจ้าพันธุ์ พันธุ์สุพรรณบุรี
ความชื้น 15% โรงสีไฟโชครุ่งเรือง 104/1 ม.1 ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก 7,300 บาท/ตัน
> ข้าวเปลือกเจ้าหอมมะลิ 105 ( ต้นข้าว 35 กรัม )
ท่าข้าว ธ.ก.ส. อ.เมือง จ.ขอนแก่น 16,200 บาท/ตัน
ตลาดกลางพืชไร่  อ.เมือง จ. ศรีสะเกษ 15,800 บาท/ตัน
โรงสีไฟไทยเจริญวัฒนา อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ 16,250 บาท/ตัน
โรงสีกิจทวียโสธร  อ.เมือง จ.ยโสธร 16,000 บาท/ตัน
โรงสีสหพัฒนา  อ.สะตึก จ.บุรีรัมย์ 16,000 บาท/ตัน
โรงสีเต็กเฮง อ.จอมพระ  จ.สุรินทร์ 15,600 บาท/ตัน
โรงสีสหกรณ์การเกษตรสุวรรณภูมิ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 17,000 บาท/ตัน
ที่มา: สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ข้อมูลราคาข้าวเปลือกรายวัน ณ ตลาดกลางและตลาดสำคัญ

ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัว หลังดอลลาร์อ่อนค่า, นักลงทุนกังวลเศรษฐกิจโลก

ราคาทองฟิวเจอร์ปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้อานิสงส์จากการอ่อนค่าของดอลลาร์ และความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
ณ เวลา 19.41 น.ตามเวลาไทย สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. ดีดตัวขึ้น 7.40 ดอลลาร์ หรือ 0.57% สู่ระดับ 1,302.50 ดอลลาร์/ออนซ์

ดอลลาร์ชะลอตัวในวันนี้ หลังมีข่าวว่าเกาหลีเหนือกำลังพิจารณายกเลิกแผนการเจรจากับสหรัฐ ซึ่งทำให้นักลงทุนขายดอลลาร์ ขณะที่เข้าซื้อเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ณ เวลา 19.07 น.ตามเวลาไทย ดอลลาร์ขยับลง 0.01% สู่ระดับ 111.69 เยน ขณะที่ยูโรปรับตัวขึ้น 0.13% สู่ระดับ 126.40 เยน และดีดตัวขึ้น 0.13% สู่ระดับ 1.1317 ดอลลาร์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.16% สู่ระดับ 96.63

ดอลลาร์ได้รับคำสั่งซื้อในการซื้อขายช่วงแรก ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่าช่องว่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐและญี่ปุ่นจะกว้างขึ้น หลังการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญกับแรงกดดันในช่วงขาลง พร้อมระบุว่า จีนจะสนับสนุนให้นักลงทุนในตลาดร่วมกันรับมือภาวะชะลอตัว และระบุด้วยว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจมากเกินไป อาจมีผลข้างเคียงต่อเศรษฐกิจ

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% ในการประชุมวันนี้ รวมทั้งปรับลดมุมมองด้านการส่งออกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

นักลงทุนจับตาการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 19-20 มี.ค. โดยมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq31/2968169

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ราคาทองฟิวเจอร์ดีดตัว หลังดอลลาร์อ่อนค่า, นักลงทุนกังวลเศรษฐกิจโลก

หัวเว่ยชูราคาดีต้นทุนถูก 15-40% ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯกีดกันการค้า

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐอเมริกา คัดค้านการเห็นชอบมาตรา 889 ของกฎหมายการป้องกันประเทศ ฉบับปี 2562 (2019 National Defense Authorization Act : NDAA) โดยขอให้ศาลมีคำสั่งว่า การกีดกันที่พุ่งเป้าไปที่หัวเว่ยนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและขอให้มีคำสั่งห้ามใช้กฎหมายนี้เป็นการถาวร

ทั้งนี้ การตัดสินใจฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯ สืบเนื่องมาจากการมีคำสั่งห้ามหน่วยงานของรัฐซื้ออุปกรณ์และเน็ตเวิร์กของหัวเว่ย ขณะเดียวกันสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ก็ไม่เคยมีหลักฐานใดๆ ในการยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าว

นายกัว ผิง ประธานกรรมการบริหาร หมุนเวียนตามวาระของหัวเว่ย เปิดเผยว่า “สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ในการสร้างหลักฐานสนับสนุนคำสั่งกีดกันของสหรัฐอเมริกาต่อสินค้าหัวเว่ย เราจึงถูกบีบบังคับให้เลือกทางสุดท้าย คือดำเนินการทางกฎหมาย”

“การแบนหัวเว่ยไม่เพียงแค่ผิดหลักกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการจำกัดไม่ให้หัวเว่ยเข้าร่วมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคของสหรัฐฯ เสียประโยชน์ในที่สุด เราจะตั้งตารอคำตัดสินของศาล และเชื่อว่าคำตัดสินนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งหัวเว่ยและชาวอเมริกัน”

หัวเว่ยได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงสหรัฐฯ ที่เมืองพลาโน รัฐเท็กซัส โดยตามคำร้องดังกล่าว ระบุมาตรา 889 ของกฎหมายการป้องกันประเทศ ฉบับปี 2562 ไม่เพียงห้ามไม่ให้หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯ ทุกหน่วยงาน ซื้ออุปกรณ์และบริการของหัวเว่ยเท่านั้น แต่ยังห้ามไม่ให้ทำสัญญาหรือให้เงินสนับสนุนหรือเงินกู้ยืมแก่บุคคลที่สาม ที่ซื้ออุปกรณ์หรือบริการของหัวเว่ย โดยไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาคดีจากศาลหรือจากผู้บริหารด้วย

การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายจำกัดตัดสิทธิบุคคล (Bill of Attainder Clause) และกระบวนการที่ชอบด้วยกฎหมาย (Due Process Clause) นอกจากนี้ ยังละเมิดหลักการแบ่งแยกอำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา เพราะสภาคองเกรสกำลังทำหน้าที่ทั้งออกกฎหมายและพยายามพิจารณาตัดสินและบังคับใช้กฎหมายนี้ไปพร้อมๆกัน

หัวเว่ย ระบุ การกีดกันหัวเว่ยจะทำให้การแข่งขันในตลาดหยุดชะงักและทำให้ผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาต้องจ่ายเงินในราคาสูงขึ้น เพื่อผลิตภัณฑ์ที่ด้อยประสิทธิภาพกว่า โดยหากอนุญาตให้หัวเว่ยเข้าร่วมแข่งขันในตลาด จะช่วยลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานไร้สายได้ราว 15-40% ซึ่งจะช่วยให้อเมริกาประหยัดงบได้อย่างน้อย 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯในช่วงสี่ปีข้างหน้า

ที่มา ไทยรัฐ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน หัวเว่ยชูราคาดีต้นทุนถูก 15-40% ยื่นฟ้องรัฐบาลสหรัฐฯกีดกันการค้า

“บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ใช้ขอ “สินเชื่อ” ได้ปกติ แต่แบงก์จะชี้ขาดว่าผ่านมั๊ย

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่สังคมออนไลน์พูดถึงผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินใดๆ ได้ อาทิ การขอสินเชื่อนั้น โดยกระทรวงการคลังระบุถึงข้อเท็จจริงว่า ไม่มีนโยบายจำกัดสิทธิมิให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดำเนินธุรกรรมทางการเงิน สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้ปกติ แต่ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินที่จะพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้กับแต่ละราย

ซึ่งการจัดให้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น เพื่อเป็นเครื่องมือให้ความช่วยเหลือด้านต่างๆ เช่น ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านอุปโภคบริโภค ค่าเดินทาง ตลอดจนให้โอกาสพัฒนาตนเองเพื่อที่จะช่วยให้มีงานทำและพัฒนาทักษะความรู้ในการประกอบอาชีพได้ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3509  

ที่มา Sanook Money

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ใช้ขอ “สินเชื่อ” ได้ปกติ แต่แบงก์จะชี้ขาดว่าผ่านมั๊ย

ธอส. ปล่อยสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยต่ำปีละ 2.79% ประเดิมปี 2562

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ได้จัดเตรียมกรอบวงเงิน 16,500 ล้านบาท สำหรับธอส.ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยดอกเบี้ยพิเศษ ให้เป็นทางเลือกแก่ประชาชน 4 โครงการ เพื่อผลักดันการปล่อยกู้ปีนี้ให้ถึงเป้าหมาย 2.03 แสนล้านบาท โดยสินเชื่อบ้านธอส.มีรายละเอียดดังนี้

1. สินเชื่อธอส. New Home Hi-speed (กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท) 

อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 เท่ากับ MRR-3.96% ต่อปี (2.79%) ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้กรณีสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีกู้ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่ากับ 6.75% ต่อปี) ให้กู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยที่มีราคาจะซื้อจะขายมากกว่า 1 ล้านบาท และเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ที่ยังไม่เคยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์มาก่อน ยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 0.1% ของวงเงินทำนิติกรรม ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี กำหนดยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 29 มีนาคม 2562

2. สินเชื่อธอส.บ้านโครงการจัดสรร (Developer) ไตรมาส 1 ปี 2562 (กรอบวงเงิน 5,000 ล้านบาท)

อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ MRR-4.25% ต่อปี (2.50%) ปีที่ 2 เท่ากับ MRR-3.25% ต่อปี (3.50%) ปีที่ 3 เท่ากับ MRR-2.25% ต่อปี (4.50%) ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี และกรณีกู้ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR สำหรับผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยในโครงการจัดสรรที่ธนาคารรับเป็นโครงการ Fast Track / Smart Fast Track / Regional Fast Track และ LTF ที่ดำเนินโครงการโดยผู้ประกอบการจัดสรร (Developer) ที่มีข้อตกลงร่วมกับธนาคาร ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี กำหนดยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 เมษายน 2562

3. โครงการสินเชื่อธอส. บ้านเพิ่มสุข ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 (กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท)

อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 – 3 เท่ากับ MRR-2.85% ต่อปี (3.90%) ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR ต่อปี สำหรับลูกค้าปัจจุบันของธนาคารที่มีประวัติการผ่อนชำระหนี้ย้อนหลัง 12 เดือน ปกติและสม่ำเสมอทุกเดือน และมียอดเงินต้นที่ชำระคืนให้ธนาคารแล้วทุกบัญชีรวมกันไม่น้อยกว่า 50,000 บาท สามารถกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกฯ ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี กำหนดยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 เมษายน 2562

4. โครงการสร้างบ้านสร้างอาชีพ สำหรับลูกค้าของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) แบ่งเป็น

  • สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (กรอบวงเงิน 250 ล้านบาท) อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 เท่ากับ MRR-3.60% ต่อปี(3.15%)ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีสวัสดิการ อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี และกรณีกู้ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ อัตราดอกเบี้ยเท่ากับ MRR ให้กู้เพื่อซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม ไถ่ถอนจำนอง ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกฯ พร้อมกับเพื่อซื้อหรือไถ่ถอนจำนอง และซื้อทรัพย์ NPA ของธนาคาร ยกเว้นค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ 0.1% ของวงเงินทำนิติกรรม และค่าจดทะเบียนจำนอง 1% ของวงเงินกู้ตามสัญญากู้เงิน ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี
  • สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการอพาร์ทเม้นท์ให้เช่า (กรอบวงเงิน 250 ล้านบาท) กรณีปลูกสร้าง อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1 เท่ากับ MLR – 2.25% ต่อปี(4.00%) ปีที่ 2-5 ดอกเบี้ยเท่ากับ MLR – ไม่เกิน 1.25% ต่อปี ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ดอกเบี้ยเท่ากับ MLR – 0.25% ต่อปี (6.00%) (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MLR ธอส. เท่ากับ 6.25% ต่อปี) และกรณีไถ่ถอนจำนอง อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-2 เท่ากับ MLR – 2.25% ต่อปี(4.00%) ปีที่ 3-5 ดอกเบี้ยเท่ากับ MLR – ไม่เกิน 1.25% ต่อปี ปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ดอกเบี้ยเท่ากับ MLR-0.25% ต่อปี ยกเว้นค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ และค่าธรรมเนียมการยื่นกู้ ผ่อนได้นานสูงสุด 15 ปี ยื่นคำขอกู้ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2562 และทำนิติกรรมภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563

ที่มา สนุกดอทคอม

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ธอส. ปล่อยสินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยต่ำปีละ 2.79% ประเดิมปี 2562

เสริมความมั่นคงระบบจ่ายไฟฟ้ากลุ่มเหล็กสหวิริยา-กฟผ.-กฟภ.จัดประชุม

นายมนินทร์ อินทร์พรหม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการผลิต บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด(มหาชน)หรือ เอสเอสไอ เป็นประธานเปิดการประชุมผลการดำเนินงานระบบการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าให้กับกลุ่มเหล็กสหวิริยา ประจำปี 2561 (ครั้งที่ 23) ระหว่าง หน่วยงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และกลุ่มเหล็กสหวิริยา ซึ่งในปีนี้ เอสเอสไอ เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุม บ้านกลางอ่าวบีชรีสอร์ท อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมา รวมถึงกำหนดเป้าหมายและแผนการดำเนินงานในการป้องกันและลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2562 พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานการไฟฟ้าภูมิภาค และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยกับกลุ่มเหล็กสหวิริยา

ที่มา ThaiPR.net

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เสริมความมั่นคงระบบจ่ายไฟฟ้ากลุ่มเหล็กสหวิริยา-กฟผ.-กฟภ.จัดประชุม

WP โชว์กำไรปี 61 สูงขึ้นกว่า 143% ตามอัตรากำไรสุทธิพุ่งหลังจัดการต้นทุนได้ดี-ขยายฐานลูกค้า

นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดปี 61 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.61)  ของบริษัทและบริษัทย่อยว่า มีกำไรสุทธิ 321.48  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189.53 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 143.63% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 131.96 ล้านบาท  ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 14,978.08 ล้านบาท  และรายได้จากการขายและให้บริการเท่ากับ 14,726.87 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2.15% จากงวดเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 0.84% และมี EBITDA อยู่ที่ 674.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.01% จากปีก่อนอยู่ที่ 421.80 ล้านบาท

สาเหตุที่กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เนื่องจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  แม้ว่าตลาดในกลุ่มสถานีบริการจะเป็นช่วงขาลงและกระทบกับยอดขายรวมของกลุ่มบริษัท แต่กลุ่มบริษัทยังคงสามารถรักษาการเติบโตของลูกค้ากลุ่มอื่นที่มีอัตราการทำกำไรที่ดีกว่าไว้ได้ และยังได้ขยายฐานลูกค้าเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“กำไรงวดปี 61 ที่ออกมานั้นถือว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะบริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับผลิตภัณฑ์และการบริการสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและทันเวลา ทำให้ WP สามารถรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทำให้กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  “คุณชมกมลกล่าวในที่สุด

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน WP โชว์กำไรปี 61 สูงขึ้นกว่า 143% ตามอัตรากำไรสุทธิพุ่งหลังจัดการต้นทุนได้ดี-ขยายฐานลูกค้า

ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้นจากปัจจัยโอเปกลดการผลิต แม้กังวลศก.โลกชะลอตัว

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) แม้มีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน

นอกจากนี้ การที่สหรัฐคว่ำบาตรเวเนซุเอลา และอิหร่าน ก็ได้ทำให้ปริมาณน้ำมันตึงตัวในตลาด
ณ เวลา 22.42 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมี.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX เพิ่มขึ้น 33 เซนต์ หรือ 0.59% สู่ระดับ 55.92 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทั้งนี้ การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของโอเปกได้ช่วยให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 20% ในปีนี้
การผลิตน้ำมันของโอเปกลดลง 797,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 30.806 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนม.ค. ซึ่งเทียบเท่ากับการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตราว 86%

ทางด้านซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้นำในการปรับลดการผลิตของโอเปก ประกาศว่าจะลดการผลิตสู่ระดับ 9.8 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนหน้า โดยลดลงมากกว่า 500,000 บาร์เรล/วันจากที่มีการสัญญาไว้ในช่วงแรก

เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว โอเปกและกลุ่มประเทศนอกโอเปก นำโดยรัสเซีย เห็นพ้องกันที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ เพื่อป้องกันการทรุดตัวของราคาน้ำมัน

นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 17-18 เม.ย.เพื่อดูสัญญาณการปรับลดกำลังการผลิตของโอเปกและประเทศพันธมิตรในช่วงครึ่งปีหลัง

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้นจากปัจจัยโอเปกลดการผลิต แม้กังวลศก.โลกชะลอตัว

เฟดยันตัวเลขยอดค้าปลีกซบ,การผลิตภาคอุตฯวูบ ไม่ได้บ่งชี้ศก.ชะลอตัวมากกว่าคาด

นายราฟาเอล บอสติค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า การเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีก และการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่น่าผิดหวัง ไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้

“ผมยังไม่เห็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเราจะอยู่ที่ระดับแนวโน้ม หรือต่ำกว่า และขณะนี้เศรษฐกิจก็อาจปรับตัวสูงกว่าแนวโน้มในปีนี้ โดยอาจอยู่ในช่วง 2.3-2.5% ซึ่งแม้ต่ำกว่าระดับในปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงสูงกว่าระดับศักยภาพ ซึ่งอยู่ต่ำกว่า 2%”  นายบอสติคกล่าว

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงในปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากการใช้จ่ายของรัฐ และมาตรการปรับลดอัตราภาษี

นายบอสติคยืนยันว่า แม้มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่เขาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงมุมมองของตนเอง หรือการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปีนี้

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกดิ่งลง 1.2% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 ซึ่งขณะนั้นเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากภาวะถดถอย

นักวิเคราะห์คาดว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย.
การทรุดตัวของยอดค้าปลีกในเดือนธ.ค.ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของยอดขายในสินค้าทุกหมวด
นอกจากนี้ เฟดรายงานว่า การผลิตในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐปรับตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของการผลิตรถยนต์ และเครื่องจักร

เฟดเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐร่วงลง 0.6% ในเดือนม.ค.
ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นการวัดการปรับตัวของภาคการผลิต, เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , , | ปิดความเห็น บน เฟดยันตัวเลขยอดค้าปลีกซบ,การผลิตภาคอุตฯวูบ ไม่ได้บ่งชี้ศก.ชะลอตัวมากกว่าคาด