WP โชว์กำไรปี 61 สูงขึ้นกว่า 143% ตามอัตรากำไรสุทธิพุ่งหลังจัดการต้นทุนได้ดี-ขยายฐานลูกค้า

นางสาวชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ (WP) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดปี 61 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.61)  ของบริษัทและบริษัทย่อยว่า มีกำไรสุทธิ 321.48  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189.53 ล้านบาท หรือ เพิ่มขึ้น 143.63% จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 131.96 ล้านบาท  ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 14,978.08 ล้านบาท  และรายได้จากการขายและให้บริการเท่ากับ 14,726.87 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2.15% จากงวดเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 0.84% และมี EBITDA อยู่ที่ 674.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.01% จากปีก่อนอยู่ที่ 421.80 ล้านบาท

สาเหตุที่กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น เนื่องจากความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น  แม้ว่าตลาดในกลุ่มสถานีบริการจะเป็นช่วงขาลงและกระทบกับยอดขายรวมของกลุ่มบริษัท แต่กลุ่มบริษัทยังคงสามารถรักษาการเติบโตของลูกค้ากลุ่มอื่นที่มีอัตราการทำกำไรที่ดีกว่าไว้ได้ และยังได้ขยายฐานลูกค้าเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

“กำไรงวดปี 61 ที่ออกมานั้นถือว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เพราะบริษัทฯ มีความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับผลิตภัณฑ์และการบริการสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและทันเวลา ทำให้ WP สามารถรักษามาตรฐานการดำเนินธุรกิจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ขยายฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทำให้กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  “คุณชมกมลกล่าวในที่สุด

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ใส่ความเห็น

ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้นจากปัจจัยโอเปกลดการผลิต แม้กังวลศก.โลกชะลอตัว

สัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI ปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) แม้มีความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมัน

นอกจากนี้ การที่สหรัฐคว่ำบาตรเวเนซุเอลา และอิหร่าน ก็ได้ทำให้ปริมาณน้ำมันตึงตัวในตลาด
ณ เวลา 22.42 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนมี.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX เพิ่มขึ้น 33 เซนต์ หรือ 0.59% สู่ระดับ 55.92 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทั้งนี้ การปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของโอเปกได้ช่วยให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 20% ในปีนี้
การผลิตน้ำมันของโอเปกลดลง 797,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 30.806 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนม.ค. ซึ่งเทียบเท่ากับการปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตราว 86%

ทางด้านซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้นำในการปรับลดการผลิตของโอเปก ประกาศว่าจะลดการผลิตสู่ระดับ 9.8 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนหน้า โดยลดลงมากกว่า 500,000 บาร์เรล/วันจากที่มีการสัญญาไว้ในช่วงแรก

เมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว โอเปกและกลุ่มประเทศนอกโอเปก นำโดยรัสเซีย เห็นพ้องกันที่จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมัน 1.2 ล้านบาร์เรล/วันในปีนี้ เพื่อป้องกันการทรุดตัวของราคาน้ำมัน

นักลงทุนจับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 17-18 เม.ย.เพื่อดูสัญญาณการปรับลดกำลังการผลิตของโอเปกและประเทศพันธมิตรในช่วงครึ่งปีหลัง

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้นจากปัจจัยโอเปกลดการผลิต แม้กังวลศก.โลกชะลอตัว

เฟดยันตัวเลขยอดค้าปลีกซบ,การผลิตภาคอุตฯวูบ ไม่ได้บ่งชี้ศก.ชะลอตัวมากกว่าคาด

นายราฟาเอล บอสติค ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา กล่าวว่า การเปิดเผยตัวเลขยอดค้าปลีก และการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่น่าผิดหวัง ไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะชะลอตัวมากกว่าที่คาดไว้

“ผมยังไม่เห็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่าเราจะอยู่ที่ระดับแนวโน้ม หรือต่ำกว่า และขณะนี้เศรษฐกิจก็อาจปรับตัวสูงกว่าแนวโน้มในปีนี้ โดยอาจอยู่ในช่วง 2.3-2.5% ซึ่งแม้ต่ำกว่าระดับในปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงสูงกว่าระดับศักยภาพ ซึ่งอยู่ต่ำกว่า 2%”  นายบอสติคกล่าว

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เฟดคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจะชะลอตัวลงในปีนี้ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งได้รับการกระตุ้นจากการใช้จ่ายของรัฐ และมาตรการปรับลดอัตราภาษี

นายบอสติคยืนยันว่า แม้มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ แต่เขาก็ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงมุมมองของตนเอง หรือการคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหนึ่งครั้งในปีนี้

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกดิ่งลง 1.2% ในเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2552 ซึ่งขณะนั้นเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวจากภาวะถดถอย

นักวิเคราะห์คาดว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพ.ย.
การทรุดตัวของยอดค้าปลีกในเดือนธ.ค.ได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงของยอดขายในสินค้าทุกหมวด
นอกจากนี้ เฟดรายงานว่า การผลิตในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐปรับตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพ.ค.ปีที่แล้ว โดยได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของการผลิตรถยนต์ และเครื่องจักร

เฟดเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐร่วงลง 0.6% ในเดือนม.ค.
ทั้งนี้ การผลิตภาคอุตสาหกรรมเป็นการวัดการปรับตัวของภาคการผลิต, เหมืองแร่ และสาธารณูปโภค

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , , | ปิดความเห็น บน เฟดยันตัวเลขยอดค้าปลีกซบ,การผลิตภาคอุตฯวูบ ไม่ได้บ่งชี้ศก.ชะลอตัวมากกว่าคาด

จัดงบปี 63 เพิ่มความสุข “บัตรทอง” รวมผ่าตัดด่วน-ยาแพงอัลไซเมอร์-มะเร็ง-ไทรอยด์

คนถือบัตรทองได้เฮ! ครม.อนุมัติงบปี 2563 กว่า 191,000 ล้านบาท เพิ่มเม็ดเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกว่า 6,500 ล้านบาท จากปี 2562 เป็นงบเหมาจ่ายรายหัว 3,600 บาท เพิ่มหัวละ 173 บาท สำหรับ 48.2 ล้านคน พร้อมเพิ่มยาหมวดราคาแพงใช้รักษาอัลไซเมอร์ มะเร็ง ไทรอยด์ โรคที่เกิดจากการทำลายเส้นประสาท และเพิ่มสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ และเพิ่มการผ่าตัดด่วนที่กลับบ้านได้ในวันเดียว

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารีย์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน วันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีการอนุมัติงบประมาณกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2563 ภายใต้วงเงิน 191,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 จำนวน 6,500 ล้านบาท

โดยประกอบด้วย 1.งบบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว จำนวนทั้งสิ้น 174,000 ล้านบาท ครอบคลุมค่าใช้จ่ายหน่วยบริการในส่วนเงินเดือน ค่าตอบแทนบุคลากรและค่าบริการสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น หรือพื้นที่สำหรับประชาชนผู้มีสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำหรับผู้ถือบัตรทองทั้งประเทศจำนวน 48.26 ล้านคน หรือคิดเป็นอัตราเหมาจ่ายรายหัว 3,600 บาทต่อประชากร เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ในอัตรา 173 บาทต่อประชากรผู้มีสิทธิ์

2.งบบริการสาธารณสุขผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์จำนวน 3,596 ล้านบาท 3.งบบริการสาธารณสุขผู้ป่วยไตวายเรื้อรังจำนวน 9,405 ล้านบาท 4.งบบริการการบริการควบคุมป้องกันความรุนแรงโรคเรื้อรังจำนวน 1,037 ล้านบาท 5.งบค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติม สำหรับหน่วยบริการในพื้นที่กันดาร พื้นที่เสี่ยงภัย และพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 1,490 ล้านบาท 6.งบค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงในชุมชน 1,025 ล้านบาท 7.งบค่าบริการสาธารณสุขเพิ่มเติมบริการระดับปฐมภูมิที่มีแพทย์ประจำครอบครัว 268 ล้านบาท

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า จากงบประมาณที่รัฐบาลสนับสนุนเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2563 นี้ โดยเฉพาะในส่วนงบเหมาจ่ายรายหัวนั้น สำนักงานจะนำมาสู่การพัฒนาระบบ เพิ่มการเข้าถึงการรักษาและบริการสาธารณสุขที่จำเป็นให้กับประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาได้มีสิทธิประโยชน์ ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค การรักษาผู้ป่วยนอก การรักษาผู้ป่วยใน ซึ่งในปีนี้ได้มีสิทธิประโยชน์ที่ผ่านการพิจารณาและเตรียมเดินหน้าในปีงบประมาณ 2563 ได้แก่ การตรวจคัดกรองยีน HLA-B*1520 ก่อนเริ่มยา Carbamazepine เพื่อป้องกันการแพ้ยาชนิดรุนแรง, ปรับการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในประชากร อายุ 50-70 ปีให้เกิดความสะดวกมากขึ้น “ขณะเดียวกันยังจะมีการเพิ่มบริการผ่าตัดแบบวันเดียวกลับอีก 12 รายการ โดยเพิ่มการผ่าตัดผ่านกล้องและอุปกรณ์ทันสมัยเพื่อให้กลับบ้านได้เร็วขึ้น รวมทั้งการเพิ่มยารักษาโรคอัลไซเมอร์ มะเร็ง ไทรอยด์ โรคที่เกิดจากการทำลายเส้นประสาท และเพิ่มสูตรยาต้านไวรัสเอดส์ที่ดื้อยา ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นยาราคาแพงทั้งสิ้น นอกจากนั้น ยังจะมีการเพิ่มเครื่องตรวจติดตามค่าน้ำตาลในเลือดให้ผู้ป่วยเบาหวานเด็ก เพิ่มวัคซีนป้องกันโรคท้องร่วงในเด็ก รวมทั้งขยายสิทธิประโยชน์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในกลุ่มผู้บริจาคที่ไม่ใช่ญาติอีกด้วย”

นอกจากนั้น ในปีงบประมาณ 2563 ยังจะมีการปรับระบบการจัดการให้ประชาชนมีแพทย์ประจำครอบครัวใหม่ และการดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงทุกกลุ่มอายุ ให้ครอบคลุมถึงผู้ป่วยสิทธิสวัสดิการข้าราชการและประกันสังคมจากความร่วมมือหน่วยบริการในพื้นที่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และการเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการแพทย์แผนไทยมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สปสช.ยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนำร่องการจัดบริการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็นและมีคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้น อาทิ นำร่องบริการตรวจคัดกรองภาวะดาวน์ซินโดรมทารกในครรภ์ นำร่องการล้างไตผ่านเครื่องอัตโนมัติในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง และการนำร่องป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีด้วยวิธี Pre-Exposure Prophy-laxis (PrEP) ในกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อเอชไอวีอีกด้วย

ที่มา ไทยรัฐ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , , | ปิดความเห็น บน จัดงบปี 63 เพิ่มความสุข “บัตรทอง” รวมผ่าตัดด่วน-ยาแพงอัลไซเมอร์-มะเร็ง-ไทรอยด์

ชาวบ้านบ่นระงมปัญหาปากท้อง นายกฯ คนต่อไปยังไม่มีในใจ อยากได้เก่งๆ

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ปัญหาปากท้องประชาชน กับ ภาพนายกรัฐมนตรีคนต่อไป จากทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,111 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 46.8 ติดตามข่าวสารผ่านสื่อมวลชนบ่อยๆ ในขณะที่ ร้อยละ 47.1 ไม่บ่อย และ ร้อยละ 6.1 ไม่ติดตามเลย โดยประชาชนร้อยละ 30.1 ระบุการแก้ปัญหาปากท้อง ดีขึ้น แต่ร้อยละ 35.5 ระบุเหมือนเดิม และร้อยละ 34.4 ระบุแย่ลง นอกจากนี้เกินครึ่งหรือร้อยละ 52.7 ระบุความมั่นคงในอาชีพการงานตอนนี้แค่กลางๆ ประคองตัว และร้อยละ 25.0 ระบุไม่มั่นคง ในขณะที่ส่วนน้อย หรือเพียงร้อยละ 22.3 เท่านั้นระบุมั่นคง รายได้ดี

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.4 ระบุยังไม่เห็นมีใครตอนนี้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีที่เก่ง แก้ปัญหาปากท้องประชาชนได้ ในขณะที่ ส่วนน้อย หรือเพียงร้อยละ 11.6 ระบุ มีในใจแล้ว

อย่างไรก็ตามจากผลสำรวจที่ผ่านมาหลายครั้งชี้ให้เห็นว่า ปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด และคนส่วนน้อยของประเทศอยู่ในฐานะมั่นคงรายได้ดี และผลสำรวจครั้งนี้ตอกย้ำว่า คนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในฐานะกลางๆ แค่ประคองตัวและกำลังมองหาคนจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปที่เก่ง เน้นด้านเศรษฐกิจแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้ดี เคยมีผลงานจับต้องได้ไม่ทอดทิ้งชาวบ้านคนจน มุ่งช่วยเหลือคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ยังไม่มีใครในใจตอนนี้ เพราะภาพนายกรัฐมนตรีคนต่อไปยังคงเบลอๆ ไม่ชัดเจนว่าจะเป็นใคร

ที่มา ไทยรัฐ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , , | ปิดความเห็น บน ชาวบ้านบ่นระงมปัญหาปากท้อง นายกฯ คนต่อไปยังไม่มีในใจ อยากได้เก่งๆ

หุ้นไทยปิดตลาดเช้า พุ่ง 3.95 จุด จับตาสงครามการค้า อาจมีข่าวดี

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. หุ้นไทยปิดตลาดช่วงเช้าในแดนบวก ปรับขึ้น 3.95 จุด หรือ 0.24% มาอยู่ที่ 1,662.66 จุด โดยมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 24,564.65 ล้านบาท ซึ่งดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวตั้งแต่เปิดตลาด แตะระดับสูงสุดที่ 1,667.01 ต่ำสุดที่ 1,659.28 จุด ขณะที่นักลงทุนติดตามประเด็นสงครามการค้า โดยตัวแทนสหรัฐฯจะเดินทางไปจีน เพื่อเจรจาการค้า ซึ่งมีแนวโน้มที่ดี

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ที่มา ไทยรัฐ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน หุ้นไทยปิดตลาดเช้า พุ่ง 3.95 จุด จับตาสงครามการค้า อาจมีข่าวดี

ราคาทองขยับขึ้น 50 รับวันหวยออก ทองรูปพรรณขายบาทละ 20,100

ทองไทยเปิดตลาดวันศุกร์ ปรับเพิ่ม 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 19,500 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,147.08 บาท
เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 62 สมาคมค้าทองคำรายงานราคาทองไทย เปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.25 น. ปรับขึ้น 50 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 19,500 ขายออกบาทละ 19,600 ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,147.08 ขายออกบาทละ 20,100 บาท

ที่มา ไทยรัฐ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน ราคาทองขยับขึ้น 50 รับวันหวยออก ทองรูปพรรณขายบาทละ 20,100

เฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่ชะลอปีหน้าเล็งปรับแค่ 2 ครั้ง

เมื่อ 19 ธ.ค. ธนาคารกลางสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายประชุมเป็นเวลา 2 วัน โดยระบุว่า พวกเขาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานอีกครั้งในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้น 0.25% เป็น 2.25%-2.5% เพื่อที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯ เติบโตอย่างยั่งยืน, คงอัตราว่างงานไว้ในระดับต่ำ และคงอัตราเงินเฟ้อที่เกือบ 2%

นาย เจอโรม “เจย์” พาวเวลล์ ประธานเฟด กล่าวว่า ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะโตราว 3% ทำให้พวกเขาตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม รายงานของเฟดแสดงให้เห็นว่า สมาชิกคณะกรรมการฯ หลายคนคาดว่าในปี 2562 จะมีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานเพียง 2 ครั้ง ลดจากเดิมที่คาดว่าจะปรับ 3 ครั้ง พวกเขายังลดการคาดการในปี 2563 และ 2564 ด้วย

เฟดยังปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในปี 2562 ลงเหลือ 2.3% จาก 2.5% ที่พวกเขาคาดไว้ในเดือนกันยายน และลดตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในปีเดียวกันเหลือ 1.9% จากเเดิมที่คาดไว้ที่ 2.0%

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเฟด เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นของสหรัฐฯ กำลังดิ่งลงอย่างหนัก และเกิดความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

ที่มา ไทยรัฐ

โพสท์ใน Uncategorized | ติดป้ายกำกับ , , | ปิดความเห็น บน เฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แต่ชะลอปีหน้าเล็งปรับแค่ 2 ครั้ง

Hello world!

Welcome to WordPress. This is your first post. Edit or delete it, then start writing!

โพสท์ใน Uncategorized | 1 ความเห็น